ไทยเร่งเครื่องปั้นกล้วยหอมพรีเมียมเจาะผู้บริโภคญี่ปุ่นตั้งเป้าส่งออกทะลุ 1 แสนตัน

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือกับคุณพิมใจ มัตสึโมโต ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ด้านการค้าระหว่างประเทศ (Honorary Trade Advisor : HTA) ณ ประเทศญี่ปุ่น ว่า กรมฯ ได้กำหนดแนวทางเร่งส่งเสริมการขยายตลาดส่งออกกล้วยหอมไทยสู่ญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพสูงของสินค้าเกษตรไทย

นายสุรินทร กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 กรมฯ จะนำผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนากล้วยจากประเทศญี่ปุ่นเข้าพบกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย พร้อมลงพื้นที่เพาะปลูกกล้วยหอมในหลายจังหวัด เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่เฉพาะของแต่ละจังหวัด

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นการต่อยอดโครงการส่งเสริมการผลิตกล้วยหอมที่อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้ได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกและพัฒนาเพิ่มเติม รวมถึงขยายไปยังจังหวัดชัยภูมิและบุรีรัมย์ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิตให้ตรงตามมาตรฐานตลาดญี่ปุ่น

ผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการเพาะปลูกที่แตกต่างกันตามลักษณะภูมิประเทศ อาทิ ระดับความสูงจากน้ำทะเล สภาพดิน และปัจจัยแวดล้อมเฉพาะของแต่ละพื้นที่ รวมถึงให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการตลาด เพื่อพัฒนากล้วยหอมไทยให้มีคุณภาพตรงกับความต้องการของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น ซึ่งนิยมกล้วยที่มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอม และรสชาติหวานเป็นเอกลักษณ์

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนกันยายน 2569 กรมฯ เตรียมนำคณะผู้นำเข้าจากญี่ปุ่นลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งเพาะปลูกกล้วยหอมที่ได้รับการพัฒนาแล้วในจังหวัดเป้าหมาย พร้อมจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าระหว่างผู้ซื้อชาวญี่ปุ่นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย เพื่อเปิดโอกาสทางการค้าและขยายช่องทางส่งออกอย่างเป็นรูปธรรม

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความต้องการนำเข้ากล้วยมากกว่า 1 ล้านตันต่อปี จึงถือเป็นตลาดสำคัญที่ไทยไม่ควรมองข้าม โดยกรมฯ มุ่งหวังให้กล้วยหอมไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นสินค้าคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในตลาดญี่ปุ่น พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรไทย

ปัจจุบัน ไทยได้รับสิทธิส่งออกกล้วยหอมไปยังญี่ปุ่นภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ในปริมาณปีละ 8,000 ตัน โดยได้รับสิทธิอัตราภาษีนำเข้า 0% ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย

กรมฯ ตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกกล้วยหอมจากพื้นที่โครงการให้ทะลุ 10,000 ตันต่อปีในระยะใกล้ และหากสามารถขยายพื้นที่เพาะปลูกที่ได้มาตรฐานญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในอนาคตไทยจะสามารถส่งออกกล้วยหอมไปยังตลาดญี่ปุ่นได้มากถึง 100,000 ตันต่อปี

นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ภายใต้ JTEPA แล้ว ผู้ประกอบการไทยยังสามารถใช้ประโยชน์จากกรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ซึ่งช่วยลดภาษีนำเข้าสินค้ากล้วยจากไทยเมื่อเทียบกับอัตราภาษีทั่วไป (MFN) ส่งผลให้สินค้าไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันในตลาดญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายใน เกษตรจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อผลักดันการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานกล้วยหอมไทยอย่างครบวงจร และยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป