
บรรยากาศบริเวณรอบทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เต็มไปด้วยพลังแห่งศรัทธาและความคึกคักของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลร่วมชม “งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569” หนึ่งในประเพณีสำคัญของไทยที่สะท้อนความงดงามของพุทธศิลป์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน

ภายในงาน นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วย นายเชษฐา แหล่ป้อง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. นางสาวพรหมกร พรหมขัติแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายธารา ศรีหะมาศ ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. และคณะผู้บริหารฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าร่วมขบวนแห่เทียนพรรษา เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ พร้อมตอกย้ำบทบาทของธนาคารในการเคียงข้างชุมชนและร่วมรักษาขนบธรรมเนียมอันทรงคุณค่าของไทย

ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ ต้นเทียนพรรษาแกะสลักขนาดใหญ่ที่ ธ.ก.ส. ร่วมจัดสร้างและนำเข้าร่วมริ้วขบวนของวัดไชยมงคล อำเภอเมืองอุบลราชธานี ภายใต้ชื่อชุด “ไชยมงคลพุทธานุภาพ” ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน ด้วยความยาวถึง 15 เมตร สูง 5.5 เมตร ถ่ายทอดความวิจิตรงดงามของพุทธศิลป์ผ่านฝีมือช่างแกะสลักอย่างประณีต

องค์ประกอบของต้นเทียนอัดแน่นไปด้วยความหมายอันเป็นสิริมงคล โดยส่วนหน้าประดิษฐานองค์พระนารายณ์ประทับเหนือขนดหางอนันตนาคราช มีพระกร 4 กร สื่อถึงมหาอำนาจ การปกปักคุ้มครอง และความอุดมสมบูรณ์ ขณะที่อนันตนาคราชจำแลงเศียรเป็นพระ สะท้อนสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างพญานาคกับพระพุทธศาสนา ส่วนยอดต้นเทียนแกะสลักเป็นเศียรพระพรหมทรงราชรถอย่างสง่างาม ก่อนปิดท้ายด้วยประติมากรรมกินนรและกินรีกำลังเล่นน้ำ ณ สระอโนดาต ซึ่งเพิ่มความอ่อนช้อยและงดงามให้แก่ผลงานชิ้นเอกแห่งปี

นอกจากความยิ่งใหญ่ของต้นเทียนพรรษาแล้ว ภายในขบวนยังมีการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านจากเยาวชนโรงเรียนพุทธเมตตาวิทยา จังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้ชุดการแสดง “ฮอยศรัทธา มุจลินท์นาคราช” ที่ถ่ายทอดตำนานความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ผสานศิลปวัฒนธรรมอีสานได้อย่างวิจิตร สร้างความประทับใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เฝ้าชมตลอดเส้นทาง

การเข้าร่วมงานของ ธ.ก.ส. ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนการสนับสนุนประเพณีสำคัญของชาติ แต่ยังเป็นการสืบสานคุณค่าทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการส่งเสริมบทบาทของเยาวชนให้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า เพื่อให้ประเพณีแห่เทียนพรรษาอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีคงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป





