
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่วัดแสนเมืองมา ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา คึกคักเป็นพิเศษ เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมเดินหน้าปลุกพลัง “วัฒนธรรมชุมชน” อย่างจริงจัง ผ่านการเปิดตัว 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ 2568

ภายใต้การมอบหมายของ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี เปิดฉากกิจกรรม “1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI” ท่ามกลางความร่วมมือของภาคีทุกภาคส่วนและพี่น้องชาติพันธุ์ไทลื้อ

เสียงกลองสะบัดชัยดังกึกก้อง คลอไปกับการฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ และการขับลื้อที่สะท้อนจิตวิญญาณของบรรพชน ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนที่ยืนหยัดท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
“นี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการคืนชีวิตให้วัฒนธรรม” คือสารที่ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมย้ำชัดบนเวที

🔶 จากสิบสองปันนา สู่เชียงคำ: รากเหง้าที่ไม่เคยจาง
ชุมชนไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน คือชุมชนเก่าแก่ที่สืบเชื้อสายจากสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน แม้กาลเวลาจะผ่านไป แต่ร่องรอยของอัตลักษณ์ยังคงชัดเจน ทั้งการแต่งกาย ภาษา สถาปัตยกรรม และพิธีกรรมทางศาสนา
วัดแสนเมืองมา วัดพระธาตุสบแวน และวัดนันตาราม ยังคงยืนหยัดเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ขณะที่ “เฮินไตลื้อแม่แสงดา” และศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อวัดหย่วน กลายเป็นห้องเรียนมีชีวิตของคนรุ่นใหม่

🔶 ผืนผ้าที่เล่าเรื่อง: จากหัตถกรรมสู่เศรษฐกิจ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของชุมชนคือ “ผ้าทอไทลื้อ” ที่ไม่ได้เป็นเพียงงานศิลป์ แต่คือ “ทุนชีวิต” ที่ถูกต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย สร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่
จากเส้นด้ายสู่สินค้า จากภูมิปัญญาสู่รายได้จริง นี่คือการเปลี่ยน “วัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “พลังเศรษฐกิจ”

🔶 วิถีที่กินได้ สัมผัสได้ และรู้สึกได้
นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ไม่ได้แค่ “ดู” แต่ได้ “ใช้ชีวิต” ร่วมกับชุมชน ผ่านอาหารพื้นบ้านอย่าง ข้าวบ่ายแซ่ง ขนมดอกซ้อ ข้าวเหลือง ข้าวหนึกงา จิ้นซ่ำพริก และน้ำล้าไทลื้อ
ทุกคำที่ลิ้มลอง คือเรื่องราว
ทุกกิจกรรม คือรากเหง้า

🔶 วัฒนธรรมนำทาง สู่อนาคตที่ยั่งยืน
โครงการ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ไม่ได้หยุดแค่การท่องเที่ยว แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
การรักษาอัตลักษณ์ ไม่ได้ขัดกับการพัฒนา
แต่คือ “หัวใจ” ของการเติบโตอย่างยั่งยืน
และวันนี้… “ไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน” กำลังกลายเป็นมากกว่าชุมชน แต่คือ “หมุดหมายใหม่” ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทย







