
เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดโครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025) รอบภูมิภาค ระดับภาคเหนือ โดยมี นางอรจิรา ศิริมงคล อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทยและประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน สมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย คณะกรรมการตัดสิน และผู้เข้าแข่งขัน ร่วมพิธี ณ Khom Room โรงแรมมีเลีย ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

นายสยาม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยโดยกรมการพัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ต่อยอดสู่ “โครงการนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2568 (Young Designer 2025)” เพื่อพัฒนาผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าเครื่องแต่งกายสู่การเป็น “นักออกแบบผ้าไทย” เพื่อเพิ่มช่องทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายรวมถึงนักออกแบบผ้าไทย และเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การใช้ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมการประกวด ระหว่างวันที่ 29 ก.ค. – 18 ส.ค. 68 มีผู้สมัคร 735 รายทั่วประเทศ และคณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกเพื่อเข้าสู่รอบระดับภาคจำนวน 94 ราย โดยเป็นภาคเหนือ 18 รายจากจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ นครสวรรค์ พะเยา แพร่ ลำปาง ลำพูน สุโขทัย และอุตรดิตถ์ ซึ่งจะคัดเลือกให้เหลือตัวแทนภาคเหนือไม่เกิน 10 ราย เป็นตัวแทนเข้าแข่งขันระดับประเทศในวันที่ 28 ต.ค. 68

องค์ประกอบที่สำคัญของการประกวดในวันนี้มี 2 ส่วน คือ 1. เยาวชน และผู้ประกอบการ ผู้เข้าประกวด และ 2. คณะทำงานโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุกที่ทุกท่านตั้งใจมา เพื่อให้ความรู้และหนุนเสริมศักยภาพให้กับผู้เข้าประกวดรวมถึงถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านงานผ้าและเครื่องแต่งกายให้กับชาวกระทรวงมหาดไทย และกรมการพัฒนาชุมชน ด้วยการน้อมนำแนวพระดำริมาขับเคลื่อน สอดคล้องกับภารกิจของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ในเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก” ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งรัฐบาลได้ไว้วางใจและมอบหมายให้ขับเคลื่อนผ่านโครงการสำคัญหลายโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)

ทั้งนี้ ในงานด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่มีภารกิจตามอำนาจหน้าที่ อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวัฒนธรรม และองค์การมหาชนต่าง ๆ แต่สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยกำลังขับเคลื่อน คือการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านสิ่งที่เรียกว่า “สิ่งทอ” ซึ่งนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เคยกล่าวไว้ว่า ไม่ว่าผ้าไทยหรือแฟชั่นหรืองาน Young Designer ก็ล้วนตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชนทุกคนในโลกนี้ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่หากเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ เราทุกคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็จะต้องคิดแล้วว่าวันนี้เราจะใส่อะไร” นายสยาม กล่าว

นายสยาม กล่าวอีกว่า แต่ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา นับเป็นพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ส่งมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทยด้วยการทรงงานด้วยพระองค์เองอย่างลึกซึ้งพร้อมพระราชทานแนวพระดำริให้กรมการพัฒนาชุมชนอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งการส่งเสริมการออกแบบตัดเย็บผลงาน บรรจุภัณฑ์ และการตลาด รวมถึงพระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมอันเป็นเทรนด์โลก จึงพระราชทานพระดำริ “Sustainable Fashion” นำมาสู่การส่งเสริมการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติและปัจจัยการผลิตที่ไม่ส่งผลเสียต่อโลก

นอกจากนั้น อีกประการสำคัญอันเป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการผ้า นั่นคือ ทรงเป็นบรรณาธิการหนังสือ Thai Textiles Trend Book ซึ่งล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเล่มที่ 6 : Autumn/Winter 2025–2026 ทำให้ผู้ผลิตผู้ประกอบการได้มีตำรับตำราเป็นคู่มือในการพัฒนางาน รวมถึงการประกวดเพื่อเฟ้นหาสุดยอดฝีมือควบคู่การทำให้เกิดความตระหนักรู้และพัฒนาตนเองเพื่อให้ผลงานของผู้ประกอบการเป็นที่นิยมชมชอบของผู้บริโภคสามารถจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคง เพราะแนวพระดำริของพระองค์ท่านทำให้ทุกวันนี้ ทำให้ตัวเราและคนไทยอยากใส่ผ้าไทยทุกวัน และยิ่งถ้าผ้าไทยชุดไหนมันโดดเด่นต้องตาคนอื่น ยิ่งทำให้เราต้องเปลี่ยนใหม่เรื่อย ๆ ไม่ให้ซ้ำ ก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลในช่วง 6 ปีของผ้าไทยใส่ให้สนุก สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนมากกว่า 80,000 ล้านบาท ซึ่งนี่คือความผูกพันระหว่างประชาชนคนไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทรงห่วงใยและปรารถนาดีแก่ราษฎรคนไทยให้มีความอยู่ดีกินดี

นายสยาม กล่าวเพิ่มเติมว่า โจทย์สำคัญของพวกเราชาวกรมการพัฒนาชุมชน คือ เราจะทำอย่างไรให้โครงการนี้ได้รับการสืบสานต่อยอดอย่างยั่งยืน ซึ่ง “ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้สร้างสรรค์ผลงานจากภูมิปัญญาเพื่อให้อัตลักษณ์ความเป็นไทยยังคงอยู่อย่างร่วมสมัย” เพราะพวกเขาอยู่นานกว่าผู้ใหญ่อันจะทำให้เกิดความยั่งยืนในระยะต่อไปอย่างแน่นอนและจะกระจายอยู่ในวงการแฟชั่นและเมื่อกลายเป็นอาชีพของประชาชน มันก็จะทำให้เรามีผ้าไทยที่น่าจับที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมมากขึ้น

“จึงขอให้น้อง ๆ ตั้งใจ เอาใจใส่ในการสื่อสารแนวความคิดของเราให้กรรมการได้รับฟัง ได้เข้าใจ และแนะนำอย่างสุดความสามารถ เพราะเรายังมีเวลาที่จะพัฒนา Project ของเรา ขอให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์พยายามกล่อมแนวความคิดให้มันพรั่งพรูออกมาให้สมกับที่คณะกรรมการฯ ได้ตั้งใจให้ความเห็นเติมเต็มอย่างเข้มข้นมากยิ่งขึ้น และขอฝากพวกเราชาวกรมการพัฒนาชุมชน รวมถึงพูดของคุณวุฒิทุกท่าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นกำลังใจให้กับน้อง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ และน้อมนำแนวพระดำริสู่การขับเคลื่อน “โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก” อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการสร้างความรับรู้ ความตื่นตัว และท้ายที่สุดประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้น นั่นคือ “การเสริมสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”นายสยามกล่าว

ด้าน นายศิวะ กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดฯ ในวันนี้ จะเป็นการจุดประกายในการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานผ้าไทยให้มีคุณค่าและประสบความสำเร็จตามความมุ่งหวังของพวกเราชาวมหาดไทยในการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

สำหรับคณะกรรมการตัดสินระดับภาคเหนือ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย และผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ คุณอารยา อินทรา ที่ปรึกษาด้านแฟชั่น อาจารย์พิเศษด้านแฟชั่น และสไตลิสต์ อาจารย์ ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการและรักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักวิชาการสร้างสรรค์ วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผศ.ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน อาจารย์ประจำหลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอและเครื่องตกแต่งวิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คุณภูภวิศ กฤตพลนารา ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ ISSUE คุณธนาวุฒิ ธนสารวิมล นักออกแบบเจ้าของแบรนด์ TANDT นางกันยา ปัญญา รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงใหม่ และนางวิทยา ชุมภูคำ ผู้แทนประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำปาง