ราชพัสตราไทยงามสะเทือนโลก ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี’ ทรงนำแฟชั่นไทยประกาศศักดิ์ศรีกลางฝรั่งเศส

ค่ำคืนแห่งแฟชั่นและวัฒนธรรมไทยถูกจารึกอีกครั้งบนเวทีโลก เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานในงานเลี้ยงรับรองเปิดนิทรรศการระดับโลกครั้งประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ท่ามกลางความสนใจจากแวดวงแฟชั่น ศิลปะ และสื่อมวลชนนานาชาติ

นิทรรศการครั้งสำคัญจัดขึ้นโดย Musée des Arts Décoratifs ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 340 ปี ความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส และ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการระหว่างสองประเทศ

ภายในงาน นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมรับเสด็จฯ และร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดทำหนังสือ “La Mode en Majesté” ซึ่งนำมาจัดแสดงภายในงาน เพื่อร่วมผลักดันอัตลักษณ์ไทยผ่านพลังของแฟชั่น ศิลปะ และงานหัตถศิลป์ชั้นสูงสู่สายตาชาวโลก

นิทรรศการ “ราชพัสตราสู่สากล” ถ่ายทอดวิวัฒนาการเครื่องแต่งกายราชสำนักไทยตั้งแต่ทศวรรษ 1960 จนถึงปัจจุบัน ผ่านมิติของ “การทูตทางวัฒนธรรม” ที่เชื่อมโยงความงดงามของไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยมีการจัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ผ้ายกโบราณ งานหัตถศิลป์ชั้นสูง ตลอดจนฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งออกแบบโดยดีไซเนอร์ไทยและ “ปิแอร์ บัลแมง” ดีไซเนอร์ระดับตำนานชาวฝรั่งเศส ผู้ก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นโลกชื่อดัง

นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รวมถึงผลงานร่วมสมัยจากนักออกแบบไทยกว่า 200 ชิ้น ภายใน 7 ห้องจัดแสดง ที่ถ่ายทอดบทบาทของแฟชั่นในฐานะ “สะพานเชื่อมวัฒนธรรม” ระหว่างไทยและฝรั่งเศสอย่างทรงพลัง

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การจัดแสดงผลงานจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI ภายในห้อง “นักออกแบบไทยร่วมสมัย” โดยทรงคัดเลือกผลงานร่วมกับภัณฑารักษ์ของ Musée des Arts Décoratifs จำนวน 3 ชุด พร้อมงานปักชั้นสูงจาก Sirivannavari Atelier & Academy ที่สะท้อนการตีความ “ชุดไทย” ในบริบทแฟชั่นสากลได้อย่างวิจิตรและร่วมสมัย

ผลงานแต่ละชุดล้วนโดดเด่นด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับโครงสร้างแฟชั่นระดับโลกอย่างลงตัว ตั้งแต่ชุดราตรียาวผ้าไหมยกดิ้นที่ได้แรงบันดาลใจจากสไบสองชายแบบไทยโบราณ เดรสผ้าไหมมัดหมี่ประดับลูกปัดสามมิติรูปดอกจำปาขาว ไปจนถึงแจ๊กเก็ตสีขาวที่ตีความเครื่องแต่งกาย “ราชปะแตน” ใหม่อย่างร่วมสมัย พร้อมลูกเล่นงานปักดอกพุดซ้อนอันประณีต

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แบรนด์ SIRIVANNAVARI ยังได้รับการจับตามองในเวทีแฟชั่นระดับโลก และเข้าร่วมจัดแสดงผลงานใน Milan Fashion Week อย่างต่อเนื่อง สะท้อนพระวิสัยทัศน์ในการนำ “ผ้าไทย” และงานหัตถศิลป์ไทยก้าวสู่แฟชั่นร่วมสมัยระดับสากล

สำหรับนิทรรศการ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำพลัง Soft Power ของไทย ผ่านความงดงามของราชพัสตรา ศิลปะ และมรดกวัฒนธรรมที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมจากทั่วโลกอย่างสง่างามและทรงคุณค่า