“อโกด้า”ชี้นักเดินทางชาวไทยรั้งอันดับผู้นำเทรนด์ท่องเที่ยวสายกินในเอเชีย

กระแส “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเอเชีย เมื่อ “รสชาติ” และ “วัฒนธรรมการกิน” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมของทริปอีกต่อไป แต่กลายเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้นักเดินทางตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง

ผลสำรวจล่าสุดจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลก อโกด้า  แพลตฟอร์มิจิทัลด้านการท่องเที่ยว สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักเดินทางอย่างชัดเจน โดย “ประสบการณ์ด้านอาหาร” ขยับขึ้นมาติด 1 ใน 3 ปัจจัยสำคัญของการเดินทาง จากเดิมที่อยู่อันดับ 6 เมื่อปีก่อน แสดงให้เห็นว่าการลิ้มลองอาหารท้องถิ่นกำลังกลายเป็นหัวใจของการออกเดินทางในยุคใหม่

ข้อมูลยังพบว่า นักเดินทางจากไต้หวัน ครองตำแหน่ง “สายกินอันดับหนึ่งของเอเชีย” โดย 47% ระบุว่า ประสบการณ์ด้านอาหารเป็นแรงจูงใจหลักในการเดินทาง สะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่น และความสำคัญของอาหารต่อการวางแผนท่องเที่ยวของคนไต้หวัน

ขณะที่ นักเดินทางจากเวียดนามและเกาหลีใต้ ตามมาในอันดับสองและสาม ด้วยสัดส่วน 35% และ 34% ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงความนิยมในการออกเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์รสชาติใหม่ ๆ และสัมผัสวัฒนธรรมอาหารที่แตกต่าง

ส่วน มาเลเซียและญี่ปุ่น รั้งอันดับสี่และห้า ด้วยสัดส่วน 33% และ 32% สะท้อนว่าการเดินทางเพื่อค้นหาเมนูท้องถิ่นและอาหารขึ้นชื่อของแต่ละพื้นที่ กำลังกลายเป็นกิจกรรมสำคัญของนักท่องเที่ยว

ในขณะที่ อินโดนีเซีย ไทย และอินเดีย ก็ยังติดอยู่ในกลุ่ม 8 ประเทศนักเดินทางสายกินของเอเชีย ด้วยสัดส่วน 31%, 20% และ 8% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจในการออกเดินทางเพื่อค้นหารสชาติใหม่ ๆ จากทั่วโลก

นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของอโกด้า กล่าวว่า อาหารกำลังกลายเป็นประสบการณ์สำคัญที่ทำให้นักเดินทางรู้สึกเชื่อมโยงกับจุดหมายปลายทางมากขึ้น

“ในภูมิภาคเอเชีย นักเดินทางจำนวนมากเริ่มเลือกจุดหมายปลายทางจากรสชาติที่อยากลิ้มลอง และเรื่องราวของวัฒนธรรมอาหารที่อยากสัมผัส การที่นักเดินทางชาวไทยติดอันดับนักสำรวจสายกินของภูมิภาค สะท้อนถึงความสนใจในการค้นหารสชาติใหม่ ๆ และวัฒนธรรมอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ อโกด้าระบุว่าปัจจุบันแพลตฟอร์มมี กิจกรรมท่องเที่ยวมากกว่า 300,000 รายการ ที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง และเส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง ที่สามารถจองรวมกันได้ในครั้งเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักเดินทางที่ต้องการวางแผนทริปครบวงจร

พร้อมกันนี้ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษ เพิ่มอีก 15% (สูงสุด 500 บาท) สำหรับการเข้าพักในภาคใต้ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้นักเดินทางได้สัมผัสทั้งบรรยากาศทะเล อาหารท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่ถูกค้นพบ

ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดว่า ในยุคที่การเดินทางไม่ใช่เพียงการไปเยือนสถานที่ใหม่ แต่คือการ “ออกตามหารสชาติของโลก” ที่รอให้ค้นพบในทุกจานอาหาร.