
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานทำพิธีส่งมอบสะพานเหล็กชั่วคราว (Bailey Bridge) บรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวบ้านจะแนะ หลังคอสะพานพังถล่มจากเหตุน้ำเซาะ
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ที่บริเวณสะพานไอร์บือแต–น้ำหอม หมู่ที่ 4 ตำบลช้างเผือก อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานในพิธีส่งมอบสะพานเหล็กชั่วคราว (Bailey Bridge) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และอำนวยความสะดวกให้สามารถกลับมาใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติ ภายใต้ข้อจำกัดน้ำหนักที่กำหนด

โดยมี นายอภินันท์ ชาจิตตะ นายอำเภอจะแนะ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย พันเอก ชาญฤทธิ์ ฮันสราช ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 49, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส, ปลัดจังหวัดนราธิวาส, หัวหน้าส่วนราชการ, ผู้นำท้องที่, ผู้นำท้องถิ่น, ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคอสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี บนเส้นทางเชื่อมระหว่างบ้านไอร์บือแตกับบ้านน้ำหอมทรุดตัวลง จากปัญหากระแสน้ำกัดเซาะบริเวณฐานโครงสร้างสะพาน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติและได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ทางจังหวัดนราธิวาสจึงได้เร่งประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามาบูรณาการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

สำหรับการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 (นพค.41) ได้สนับสนุนเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการกำจัดเศษวัชพืชและท่อนไม้ที่สะสมบริเวณฐานสะพาน เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลได้สะดวกและลดการกีดขวาง ขณะที่ศูนย์สร้างและบูรณะสะพานที่ 4 กรมทางหลวง ได้เข้าสำรวจและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด และได้รับความร่วมมือจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา สนับสนุนและดำเนินการติดตั้งสะพานเหล็กชั่วคราว (Bailey Bridge) เพื่อทดแทนเส้นทางเดิมที่เสียหาย

สำหรับสะพานเหล็กชั่วคราวดังกล่าว มีความยาว 30 เมตร และสามารถรองรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 12 ตัน โดยเริ่มลงมือดำเนินการติดตั้งตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2569 และแล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 รวมระยะเวลาการทำงานทั้งสิ้น 8 วัน ก่อนจะทำพิธีส่งมอบให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในการเดินทางและการขนส่งในวันนี้

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้สะพานเหล็กแห่งนี้จะเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน แต่ในระยะยาวทางจังหวัดได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมเสนอ งบประมาณและวางแนวทางการก่อสร้างสะพานถาวรทดแทนต่อไป เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรได้อย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส

