ช็อกกลางป่ามรดกโลกรวบพระธุดงค์กลางทุ่งใหญ่นเรศวร ซ่อนซากเสือโคร่งในย่าม

เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นกลางผืนป่ามรดกโลก เมื่อเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง สนธิกำลังเข้าจับกุมพระธุดงค์ต้องสงสัย ภายในพื้นที่ป่าลึกของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก หลังพบพฤติกรรมผิดสังเกต ก่อนตรวจค้นพบซากหนังเสือโคร่งซุกซ่อนอยู่ในย่าม

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 15.50 น. ขณะเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน นำโดยนายปิยะพงษ์ สืบเสน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เดินทางกลับจากภารกิจเฝ้าระวังไฟป่าและปราบปรามการล่าสัตว์ป่า บริเวณบ้านกรูโบ หมู่ 8 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

ระหว่างทาง เจ้าหน้าที่พบพระธุดงค์รูปหนึ่งเดินลัดเลาะอยู่ในเส้นทางป่าลึก โดยมีท่าทีพิรุธ และไม่ใช่พระที่จำพรรษาในพื้นที่ จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ก่อนขอตรวจค้นสัมภาระ

ผลการตรวจค้นสร้างความตกตะลึง เมื่อพบซากหนังเสือจำนวน 2 ชิ้น ถูกบรรจุในถุงซิปล็อกใส ซุกอยู่ภายในย่าม โดยชิ้นแรกมีขนาดประมาณ 5×8 เซนติเมตร และอีกชิ้นขนาด 4×6.3 เซนติเมตร เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมบันทึกหลักฐาน และเตรียมส่งผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ชนิดสัตว์อย่างละเอียด

จากการสอบสวนเบื้องต้น พระชัย (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ให้การรับสารภาพว่า ได้ออกเดินธุดงค์ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2569 จากภาคใต้ ผ่านเส้นทางป่าจังหวัดกาญจนบุรีเข้าสู่อำเภออุ้มผาง โดยอ้างว่าเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบพระธุดงค์อีกรูปหนึ่งเดินสวนทาง ก่อนมอบซากหนังเสือให้เป็น “ของที่ระลึก” แม้จะทราบดีว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ใน 2 ข้อหา ได้แก่ ครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุ้มผาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีนี้สร้างความสะเทือนใจทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจาก “เสือโคร่ง” เป็นสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ การลักลอบครอบครองซากสัตว์ป่าถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงสะท้อนปัญหาการล่าสัตว์ป่าที่ยังคงฝังรากลึกในผืนป่าไทย แต่ยังตั้งคำถามต่อภาพลักษณ์ของผู้ครองผ้าเหลือง ที่ควรเป็นสัญลักษณ์แห่งศีลธรรม กลับต้องตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทำลายชีวิตสัตว์ป่าหายากอย่างน่าหดหู่