
ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จ.เชียงใหม่ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมคณะ แถลงผลปฏิบัติการทลายเครือข่าย “บัญชีม้า” รายสำคัญ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการหมุนเวียนเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ภาคเหนือ
ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (PCT ภาค 5) ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 (บก.สส.ภ.5) หลังได้รับการประสานจากสถาบันการเงิน ตรวจพบธุรกรรมต้องสงสัยโยงเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ เร่งแกะรอยเส้นทางเงินก่อนเปิดปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย

ประกอบด้วย
- น.ส.ชุฎา หรือ “โม” อายุ 32 ปี ทำหน้าที่ม้าถอนเงินและเจ้าของบัญชีม้า
- นายพิภพ หรือ “ภพ/ซาง” อายุ 37 ปี ทำหน้าที่ควบคุมม้าถอนเงิน
- MR. ARR WAI หรือ “อาเหวย” อายุ 27 ปี สัญชาติเมียนมา ทำหน้าที่ควบคุมม้าถอนเงิน
- นายจงฟู่ แซ่ลี้ หรือ “อาฟู่” อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ควบคุมม้าถอนเงิน

ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรืออั้งยี่” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 ขณะที่ MR. ARR WAI ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ฐานเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ยึดของกลางเป็นเงินสด 300,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,400,000 บาท

พล.ต.ท.กฤตธาพล ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นการ “ตัดเส้นเลือดใหญ่ทางการเงิน” ของเครือข่ายอาชญากรรม ลดความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน และขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ โดยยืนยันว่าตำรวจภูธรภาค 5 จะเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกต่อเนื่อง เพื่อสกัดวงจรอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างจริงจัง
พร้อมกันนี้ ตำรวจเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อคำชักชวนให้เปิดบัญชีหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีรับโอนเงินโดยเด็ดขาด เพราะอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 9 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ที่จัดหา โฆษณา ซื้อขาย หรือให้เช่าบัญชีเพื่อใช้กระทำผิด อาจถูกดำเนินคดีตามมาตรา 10 โทษจำคุกตั้งแต่ 2–5 ปี ปรับตั้งแต่ 200,000–500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตำรวจย้ำชัดว่า “บัญชีม้าไม่ใช่เรื่องเล็ก” เพราะทุกบัญชีคือท่อส่งเงินของแก๊งหลอกลวง และทุกการยินยอมเปิดบัญชีให้ผู้อื่นใช้ อาจหมายถึงการร่วมขบวนการอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว
