
ปิดฉากการติดตามกลุ่มต้องสงสัยคดีลักทรัพย์ในพื้นที่ชายแดน อ.พบพระ จ.ตาก เจ้าหน้าที่สนธิกำลังตะครุบผู้ต้องหา 5 ราย พร้อมของกลางทองคำรูปพรรณประมาณ 60 บาท เงินสด 60,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ตรวจเข้มโยงคดีอื่นหรือไม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พบพระ จ.ตาก ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผกก.สภ.พบพระ และ พ.ต.ท.นพคุณ อนันตวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.พบพระ สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ติดตามบุคคลต้องสงสัย เพื่อคลี่คลายคดีลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังระหว่างตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมกันรวบรวมเบาะแสและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง กระทั่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาในที่สุด
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.ปิลัน เลิศเกษม สว.สส.สภ.พบพระ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมชาย บุญทาทอง รอง สว.(ป.) ร.ต.ต.กิตติวัชระ ชนะจน รอง สว.(ป.) ร.ต.พิเชษฐ์ อินหน้อย รอง สว.(ป.) และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ

นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ นำโดย นายกวิน แว่นแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าบริหารงานฝ่ายปกครองฯ พร้อมด้วย นายทองแดง จันทเสน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายนันทวัฒ เณรแขก ผู้ใหญ่บ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ นายนพดล มิ่งยืน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายสุรศักดิ์ ดอนเลย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายชานนท์ คำชัง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ และนายสมบูรณ์ เณรแขก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ ร่วมปฏิบัติการ
จากการติดตาม เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ทั้งหมดเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ประกอบด้วย นายเทลุยอู ไม่มีชื่อสกุล อายุ 43 ปี, นายแยเล ไม่มีชื่อสกุล อายุ 21 ปี, นางเพรียวอิส่า ไม่มีชื่อสกุล อายุ 34 ปี, นางเอ่ม่า ไม่มีชื่อสกุล อายุ 44 ปี และนางแตนุ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 29 ปี
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทั้ง 5 ราย ในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยผ่านสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่นหรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางสำคัญได้หลายรายการ ประกอบด้วย ทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท เงินสดประมาณ 60,000 บาท และรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ซึ่งทั้งหมดถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อประกอบสำนวนคดี และตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
สำหรับการจับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการในพื้นที่หมู่ 2 ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก ต่อเนื่องไปยังพื้นที่หมู่ 12 ต.ช่องแคบ อ.พบพระ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ เพื่อสอบสวน แจ้งสิทธิ และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการยังไม่จบเพียงการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินที่ยึดได้ โดยเฉพาะทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท และเงินสด เพื่อพิสูจน์ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์คดีใดบ้าง
พร้อมกันนี้ ยังเร่งแกะรอยเส้นทางและตรวจสอบความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิด หรือมีเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ใกล้เคียงที่อาจเชื่อมโยงกันอีกหรือไม่ หากพบพยานหลักฐานว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นผลจากการประสานกำลังของหลายฝ่ายในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ร่วมกันติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมาก
โดยเฉพาะ อ.พบพระ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนและมีชุมชนกระจายตัวอยู่หลายแห่ง การประสานข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้นำชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังอาชญากรรม ทั้งเหตุลักทรัพย์และบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่
หลังจากนี้ตำรวจและฝ่ายปกครองจะเดินหน้าขยายผลและเพิ่มการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ พร้อมตรวจสอบว่าคดีนี้มีเครือข่ายหรือผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมหรือไม่
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 5 รายยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา และมีสิทธิได้รับการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม โดยยังไม่ถือเป็นผู้กระทำความผิดจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ข่าว/ภาพ : ชวลิต วิกูลชัยกิจ ผู้สื่อข่าวจังหวัดตาก
