
กรมส่งเสริมการเกษตรลุยลงพื้นที่หนุนเกษตรกรบ้านตลิ่งสูง หลังชาวบ้านรวมตัวเฉพาะกิจสู้ภัยฝนปลูกขมิ้นด้วงแซมสวนปาล์ม หวังยกระดับเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมส่งออกต่างประเทศ หนุนชุมชนพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ
เมื่อฝนกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางอาชีพหลักอย่างการกรีดยางพารา ชีวิตของชาวบ้านและเกษตรกรบ้านตลิ่งสูง หมู่ที่ 9 ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส กลับไม่ยอมจำนนต่อความยากลำบาก พวกเขาเลือกที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยการรวมกลุ่มพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนพื้นที่ว่างใต้ร่มเงาสวนปาล์มน้ำมันให้กลายเป็นขุมทรัพย์สีทอง ผ่านการปลูก “ขมิ้นด้วง” หรือที่ชาวบ้านเรียกขานกันในภาษาท้องถิ่นว่า “ขมิ้นงูเหลือม” พืชสมุนไพรพื้นถิ่นภาคใต้ที่มีตลาดใหญ่รอรับซื้อข้ามฝั่งไปถึงประเทศมาเลเซีย

สถานการณ์ในพื้นที่ยามเข้าสู่ฤดูฝน เกษตรกรชาวสวนยางพาราต้องเผชิญกับภาวะขาดรายได้หลักเนื่องจากไม่สามารถกรีดยางได้ต่อเนื่อง แต่วิกฤตดังกล่าวกลับจุดประกายแนวคิดการทำเกษตรแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเกษตรกร 25 ราย ในชุมชนบ้านตลิ่งสูงได้ผนกำลังกันใช้พื้นที่ว่างรวมกว่า 22 ไร่ เริ่มต้นเพาะปลูกขมิ้นด้วงตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยมีพิธีแรกนาขวัญตามความเชื่อท้องถิ่นเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจ ก่อนจะนำพันธุ์ขมิ้นชั้นดีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพัทลุงมาขยายพันธุ์

นายนุกูล พูลเทพ และ นางสาวกัญญศร ภัศวิชกุล นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอสุไหงปาดี ได้ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิดเพื่อเคียงบ่าเคียงไหล่เกษตรกร พร้อมให้คำแนะนำทั้งเรื่องการเตรียมแปลงปลูกขนาด 9×9 เมตร การจัดการดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีในปริมาณที่เหมาะสม ตลอดจนการสนับสนุนสารกำจัดวัชพืชเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มีคุณภาพสวยงาม สะอาด ปลอดภัย และตรงตามความต้องการของตลาด พร้อมเตรียมผลักดันกลุ่มเกษตรกรให้เข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนผ่านเสียงสะท้อนของ นางธนิดา จีนิน หรือป้าดำ ตัวแทนเกษตรกรผู้สู้ชีวิต เผยด้วยรอยยิ้มว่า แม้การกรีดยางจะเป็นอาชีพหลัก แต่เมื่อเจอฤดูฝนที่กรีดยางไม่ได้ ตนกับสามีและหลานๆ อีก 4 ชีวิตต้องหาทางรอด ด้วยการใช้พื้นที่ 1 ไร่ปลูกขมิ้นด้วงแซมสวนปาล์ม ใช้เวลาดูแลเพียง 5-6 เดือน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ แม้บางครั้งราคาดีจนต้องรีบเก็บเกี่ยวส่งขายก่อนกำหนด แต่ก็สร้างรายได้เข้าครอบครัวสูงถึง 50,000 ถึง 60,000 บาทต่อรอบ

“ขมิ้นที่ขุดขึ้นมาเราจะนำมาล้างทำความสะอาด ตัดแต่งรากอย่างประณีต บรรจุใส่ถุงถุงละ 10 กิโลกรัม เพื่อให้เถ้าแก่และพ่อค้ารับซื้อนำข้ามไปส่งขายที่ประเทศมาเลเซีย เพราะในประเทศเราปลูกกันเยอะแล้วส่งขายไม่หมด และถ้ารอดพ้นจากหน้าขมิ้น ชาวบ้านที่นี่ยังมี “แตงโมบ้านตลิ่งสูง” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานฉ่ำมาสับเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกสร้างรายได้ไม่ขาดมือ” นางธนิดากล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

การรวมกลุ่มของพี่น้องเกษตรกรบ้านตลิ่งสูงในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นทางออกในการแก้ปัญหาปากท้องยามฤดูฝน แต่ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงพลังแห่งการปรับตัว ความสามัคคี และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน บนฐานทรัพยากรท้องถิ่นที่พร้อมจะเติบโตและก้าวข้ามทุกอุปสรรคไปพร้อมกับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐอย่างแท้จริง
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส




