รถบรรทุกหินพุ่งชนท้ายบนเนินเขา น้ำป่าไหลหลากซ้ำเติม ดับ 1 เจ็บ 1 ต่อหน้าแม่น้ำเชี่ยว

พ.ต.อ.สนธยา ปานแป้น ผกก.สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมแพทย์เวร รพ.นบพิตำ และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจากหลายมูลนิธิ ต้องฝ่าฝนกระหน่ำและสายน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวลงมาจากเทือกเขา เพื่อเข้าตรวจสอบเหตุรถบรรทุกชนท้ายกันบนทางลาดชันพื้นที่หมู่ 1 ต.กรุงชิง อ.นบพิตำ ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

เส้นทางเข้าถึงจุดเกิดเหตุกลายเป็นงานท้าตาย เนื่องจากน้ำป่าที่ไหลหลากและเชี่ยวกรากปิดทางเข้าผ่านลำห้วย เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลุยน้ำฝ่าเข้าไปได้ จึงจำต้องอ้อมเส้นทางหลังเขา ระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ก่อนจะพบภาพเหตุสลด—รถบรรทุก 10 ล้อบรรทุกหินสองคันชนท้ายกันอย่างแรง คันหน้าพุ่งตกหัวรถลงไปในลำห้วย ส่วนคันหลังยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ทะเบียน 82-4822 นครศรีธรรมราช สภาพหัวรถพังยับเยินจนแทบจำรูปเดิมไม่ได้

ภายในเบาะซ้ายของรถคันหลัง เจ้าหน้าที่พบร่างของ นางปราณี อายุ 51 ปี ถูกอัดติดคาซากรถ โดยต้องใช้เครื่องตัดถ่างกู้ร่างออกมาท่ามกลางฝนที่ยังตกหนักและเสียงน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวไม่หยุด การทำงานเต็มไปด้วยความเสี่ยงเพราะระดับน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามีของนางปราณี ซึ่งเป็นคนขับรถบรรทุก ได้รับบาดเจ็บและถูกเร่งนำส่งโรงพยาบาลนบพิตำ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกทั้งสองคันกำลังนำหินหนักเต็มกระบะขับตามเส้นทางลาดชันกลางหุบเขา ท่ามกลางฝนที่ตกต่อเนื่อง เมื่อถึงช่วงลงเนิน พบว่ามีน้ำป่าหลากท่วมทางด้านหน้า ทำให้รถคันแรกจำต้องเบรกกะทันหัน ขณะที่คันหลังซึ่งมีผู้ตายโดยสารมาด้วยเบรกรถไม่อยู่ ส่งผลให้พุ่งชนท้ายอย่างรุนแรง น้ำหนักหินจำนวนหลายตันยิ่งทวีความเสียหาย จนร่างนางปราณีถูกอัดก๊อปปี้เสียชีวิตทันที

เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะเดียวกันยังต้องจับตาสถานการณ์น้ำป่าในพื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเหตุซ้ำซ้อน

ข่าว/ภาพ : สุเชษฐ์ แรกรุ่น ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช