
พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า โดยมีผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยงานภาครัฐ ภาคปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายด้านสัตว์ป่า และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ที่ โรงแรมรอยัลฮิลล์ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าไม่ใช่เรื่องที่สามารถแก้ไขได้เพียงชั่วข้ามคืน แต่จำเป็นต้องอาศัยการวางแผนอย่างเป็นระบบและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างสมดุลให้คนและช้างป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน

ที่ประชุมได้เสนอแนวทางแก้ไขหลายด้าน ทั้งการจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและระบบแจ้งเตือนภัย การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน การผลักดันช้างกลับคืนสู่ผืนป่า การใช้ผังตำบลกำหนดพื้นที่ปลอดภัย รวมถึงการรณรงค์ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เป็นอาหารโปรดของช้าง เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด ในพื้นที่เสี่ยง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเร่งฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และโป่งธรรมชาติภายในพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะแนวเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อดึงดูดให้ช้างป่าอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าลึก ลดแรงจูงใจในการออกมาหากินใกล้ชุมชน นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้ทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ดิน และเข้มงวดกับการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำหรือเส้นทางสัญจรดั้งเดิมของช้างป่า

“การแก้ปัญหาช้างป่าต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนระยะยาว 20 ปี เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และลดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างได้อย่างยั่งยืน” พล.ต.ต.อังกูร กล่าว
ด้าน นางโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า พื้นที่รอยต่อป่าเขาแก้ว ตำบลสาริกา และพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอเมืองนครนายก ยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่เกษตรกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในวงกว้าง

สาเหตุสำคัญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม และการปลูกพืชเศรษฐกิจที่กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของช้างป่า ไม่ว่าจะเป็นกล้วย อ้อย หรือผลไม้หลายชนิด ส่งผลให้ช้างบางโขลงเรียนรู้พฤติกรรมการออกจากป่ามาหากินในพื้นที่ชุมชนจนกลายเป็นปัญหาสะสม
นอกจากมาตรการเชิงพื้นที่แล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับการรับมือช้างป่าอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะกรณีพบช้างบนท้องถนน ควรหยุดรถในระยะห่างไม่น้อยกว่า 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหาให้ค่อย ๆ ถอยรถออกอย่างช้า ๆ หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดัง จุดประทัด หรือใช้ความรุนแรง เพราะอาจกระตุ้นให้ช้างเกิดความเครียดและแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวจนเกิดอันตรายได้
การประชุมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของทุกภาคส่วนในการหาทางออกให้กับปัญหาที่ซับซ้อนและยืดเยื้อมานาน ท่ามกลางความหวังว่าการวางแผนระยะยาวและการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง จะช่วยลดความสูญเสียทั้งต่อชีวิตประชาชนและช้างป่า พร้อมสร้างอนาคตที่คนและสัตว์ป่าสามารถใช้พื้นที่ร่วมกันได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
