
เริ่มแล้ว! ภูเก็ตระดมศาลเจ้ากว่า 40 แห่งประกอบพิธียกเสาโกเต้ง เปิดฉากประเพณีถือศีลกินผักประจำปี 2569 ท่ามกลางศรัทธาล้นหลาม คาดเงินสะพัดทะลัก 1,300 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 17.09 น. บรรยากาศทั่วทั้งจังหวัดภูเก็ตเต็มไปด้วยความศรัทธาอันเปี่ยมล้น เมื่อศาลเจ้า (อ๊าม) กว่า 40 แห่ง พร้อมใจกันประกอบพิธียกเสาโกเต้งขึ้นอย่างพร้อมเพรียง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นงานประเพณีถือศีลกินผักจังหวัดภูเก็ต ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–18 ตุลาคม 2569 รวมระยะเวลา 9 วัน 9 คืน

สำหรับพิธียกเสาโกเต้งถือเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์สูงสุด มีการอัญเชิญตะเกียง 9 ดวงขึ้นสู่ยอดเสา เพื่อเป็นตัวแทนดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของ “กิ้วอ๋องไต่เต่” หรือเทพเจ้า 9 องค์ที่เสด็จลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อโปรดมนุษย์ โดยก่อนเริ่มพิธี ประชาชนและผู้ศรัทธาต่างเบียดเสียดกันเข้ามาปิดทองและกราบไหว้เสาโกเต้งเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานในพิธียกเสาโกเต้ง อ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้โบ้เก้ง เปิดเผยว่า ประเพณีถือศีลกินผักของจังหวัดภูเก็ตสืบทอดมานานกว่า 200 ปี โดยเฉพาะที่ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้โบ้เก้ง ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ประเพณีนี้ได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2561 นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2567 จังหวัดภูเก็ตยังได้รับการประกาศให้เป็น “เมืองเทศกาลโลก” (World Festival and Event City 2024) และงานถือศีลกินผักยังได้รับรางวัล Grand Pinnacle Award รางวัลสูงสุดจากสมาคมเทศกาลและกิจกรรมระหว่างประเทศ (IFEA) อีกด้วย

ด้าน นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานบูรณะอ๊ามปุดจ้อภูเก็ต ระบุว่า การจัดงานในปีนี้เกิดจากความร่วมมืออัน แข็งแกร่งของจังหวัดภูเก็ต สมาคมอ๊ามจังหวัดภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้ละเว้นเนื้อสัตว์ รักษาศีล สำรวมกาย วาจา และใจ นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

ขณะที่ นายสาโรจน์ อังคณาพิลาส ประธานการจัดงานประเพณีถือศีลกินผัก อ๊ามจุ้ยตุ่ยเต้โบ้เก้ง ได้เน้นย้ำถึงข้อปฏิบัติอันเคร่งครัดสำหรับผู้เข้าร่วมถือศีลกินผัก 10 ประการ ได้แก่ 1. ชำระร่างกายให้สะอาดตลอดช่วงงานประเพณี 2. ทำความสะอาดเครื่องครัวและแยกใช้คนละส่วนกับผู้ไม่ได้ถือศีล 3. สวมชุดขาวตลอดช่วงงานประเพณี 4. ประพฤติตนดีทั้งกาย วาจา และใจ 5. ห้ามบริโภคเนื้อสัตว์ 6. ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในช่วงงานประเพณี 7. ห้ามดื่มสุราและของมึนเมา 8. ผู้ที่อยู่ในช่วงไว้ทุกข์ไม่ควรร่วมงาน 9. หญิงมีครรภ์ไม่ควรดูพิธีกรรมใด ๆ และ 10. หญิงมีประจำเดือนไม่ควรร่วมพิธีกรรมใด ๆ
ภายในงานปีนี้ยังคงความเข้มข้นด้วยพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ พิธีอิ้วเก้ง (แห่พระรอบเมือง), พิธีโก้ยโห้ย (ลุยไฟ), พิธีโข้กุ้น (เลี้ยงทหาร), พิธีส่งเก๊ง (สวดมนต์) และพิธีส่างกิ้วอ๋อง (ส่งพระ) รวมถึงพิธีสวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ เวทีกลางสะพานหิน ในวันที่ 11 ตุลาคมนี้

สำหรับกำหนดการพิธีอิ้วเก้ง (แห่พระ) รอบตัวเมืองภูเก็ต มีตารางดังนี้:
- 11 ต.ค.: อ๊ามนาคา
- 12 ต.ค.: อ๊ามสะปำ
- 13 ต.ค.: อ๊ามสามกอง
- 14 ต.ค.: อ๊ามท่าเรือ และ อ๊ามเจ่งอ๋อง
- 15 ต.ค.: อ๊ามบางเหนียว
- 16 ต.ค.: อ๊ามจุ้ยตุ่ยฯ
- 17 ต.ค.: อ๊ามกะทู้
- 18 ต.ค.: อ๊ามบางคู

ในส่วนของการดูแลความปลอดภัย ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตได้สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง วางมาตรการเข้มงวดเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นไปอย่างคึกคัก ร้านค้าร้านอาหารโดยรอบศาลเจ้าทุกแห่งขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต คาดการณ์ว่าตลอดช่วงจัดงาน 9 วัน 9 คืนนี้ จะมีเงินสะพัดสร้างรายได้เข้าจังหวัดทะลุ 1,300 ล้านบาทอย่างแน่นอน
ข่าว/ภาพ : อชัถยา ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดภูเก็ต
