สะเทือนโคราช! ขยายผลแจ้งเกิดปลอมชาวจีนพุ่ง 45 ราย นายกเทศมนตรีลั่นเอาผิดถึงที่สุด

คดีทุจริตปลอมเอกสารแจ้งเกิดในพื้นที่เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา เริ่มบานปลาย หลังพบข้อมูลใหม่ขยายวงกว้างกว่าที่คาด เมื่อมีการตรวจพบรายชื่อแจ้งเกิดต้องสงสัยเพิ่มอีก 28 ราย ทำให้ยอดรวมล่าสุดพุ่งเป็น 45 ราย ท่ามกลางข้อสงสัยว่าอาจเป็นขบวนการสวมสิทธิข้ามชาติที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง เปิดเผยความคืบหน้าภายหลังเข้าร่วมประชุมกับโรงพยาบาลค่ายสุรนารี อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งถูกผู้กระทำผิดแอบอ้างใช้เป็นสถานที่ออกเอกสารแจ้งเกิดปลอมจนสร้างความเสียหาย

ดร.กิติพงศ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกเพิ่มเติม พบรายชื่อผู้แจ้งเกิดต้องสงสัยเพิ่มขึ้นอีก 28 ราย จากเดิมที่ตรวจพบ 27 ราย ส่งผลให้ขณะนี้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 45 ราย

ประเด็นที่สร้างความผิดสังเกตอย่างมาก คือ รายชื่อทั้งหมดเป็นชาวจีน ไม่มีบุคคลสัญชาติไทยเกี่ยวข้องแม้แต่รายเดียว อีกทั้งยังพบความผิดปกติซ้ำซ้อน เมื่อมีการแจ้งเกิดในลักษณะ “เด็กแฝด” มากถึง 6 คู่ ซึ่งถือเป็นข้อมูลที่น่าสงสัยอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ การตรวจสอบช่วงเวลาการแจ้งเกิดยังพบว่า ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม 2568 และมีความเคลื่อนไหวผิดปกติในเดือนมิถุนายน 2568 ซึ่งมีการแจ้งเกิดพร้อมกันถึง 6 รายภายในเดือนเดียว

ความเคลื่อนไหวล่าสุดยิ่งเพิ่มน้ำหนักให้กับการสืบสวน เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประสานข้อมูลมายังเทศบาลตำบลโพธิ์กลาง หลังควบคุมตัวชาวจีน 2 ราย ขณะกำลังเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บุคคลทั้งสองมีข้อมูลเชื่อมโยงกับสถานที่แจ้งเกิดในพื้นที่ตำบลโพธิ์กลาง ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ยืนยันให้ความร่วมมือเต็มที่ พร้อมตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดเพื่อคลี่คลายข้อสงสัยทั้งหมด

ดร.กิติพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการตรวจสอบระบบงานทะเบียนอย่างเข้มงวด และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกหน่วยงานจะช่วยสาวถึงต้นตอของขบวนการ พร้อมขจัดปัญหานี้ให้หมดสิ้นโดยเร็ว

ข่าว/ภาพ : ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา