
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่บริเวณลานหน้าหลวงพ่อใหญ่ประทานพร วัดพิกุลทอง พระอารามหลวง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เนืองแน่นไปด้วยพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจากหลายพื้นที่เพื่อร่วมพิธีบวงสรวง “หลวงพ่อใหญ่ประทานพร” หรือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศักดิ์สิทธิ์และแรงศรัทธาที่หลอมรวมผู้คนไว้เป็นหนึ่งเดียว

พิธีอันเป็นสิริมงคลจัดขึ้นตามแบบโบราณอย่างสมบูรณ์ โดยมี พระครูสิริพรหมโสภิต เจ้าอาวาสวัดพิกุลทอง พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ขณะที่ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดโครงการ “บูรณะปิดทองโมเสกทองคำ หลวงพ่อใหญ่ประทานพร” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงสาธุและความปลื้มปีติของผู้ร่วมพิธี

ภายในงานมีผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางสาววีรวรรณ จันทนเสวี และ นายสหชัย แจ่มประสิทธิ์สกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี นายอำเภอท่าช้าง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะสงฆ์ ตลอดจนประชาชนจำนวนมากที่พร้อมใจกันร่วมประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคล

การเปิดโครงการครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณะและปิดทองโมเสกทองคำองค์หลวงพ่อใหญ่ประทานพร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวจังหวัดสิงห์บุรีและพุทธศาสนิกชนจากทั่วประเทศ ให้กลับมาสง่างาม สมพระเกียรติ และคงอยู่เป็นมรดกทางพระพุทธศาสนาให้ลูกหลานได้สักการบูชาต่อไปในอนาคต พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมสร้างมหากุศลครั้งสำคัญ เพื่อสั่งสมบุญบารมีแก่ตนเองและครอบครัว

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือ พิธีหล่อวัตถุมงคลรุ่น “นาคฤทธิ์ รุ่นมหามงคล” จัดสร้างทั้งหมด 4 รุ่น รุ่นละ 9 องค์ โดยทุกองค์มีการตอกโค้ดเลขมงคลเพื่อความเป็นเอกลักษณ์ ก่อนนำออกประมูลเพื่อนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนเข้าสู่โครงการบูรณะองค์หลวงพ่อใหญ่ประทานพรโดยตรง

บรรยากาศตลอดพิธีเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มและแรงศรัทธาของผู้คนที่ต่างเชื่อมั่นว่า การได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณะพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา หากยังเป็นการร่วมสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณและพระพุทธศิลป์อันทรงคุณค่าให้คงอยู่กับแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน

สำหรับชาวสิงห์บุรี “หลวงพ่อใหญ่ประทานพร” ไม่ได้เป็นเพียงพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หากยังเป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและความหวังของผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรอย่างไม่ขาดสาย เพราะเชื่อว่าทุกครั้งที่ได้ยืนเบื้องหน้าองค์พระ คือการเติมพลังใจ เติมกำลังชีวิต และร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาให้มั่นคงสืบไป.
ภาพ-ข่าว : สรวัชร สรรเพ็ชร์ ทีมข่าวจังหวัดสิงห์บุรี
