
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เกิดเหตุสะเทือนใจชาวบ้านในพื้นที่วัดชัยชมพู (บ้านหนองคู) หมู่ 1 ตำบลหนองคู อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ หลังพบว่าช่องบรรจุอัฐิหรือธาตุของผู้ล่วงลับภายในกำแพงวัดถูกคนร้ายทุบทำลายเสียหายเป็นจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบว่า ช่องบรรจุอัฐิถูกทุบพังมากกว่า 100 จุด เศษอิฐ เศษปูน รวมถึงภาพถ่ายของผู้ล่วงลับกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณกำแพงวัด สร้างความสะเทือนใจแก่พระสงฆ์และญาติโยมที่เดินทางมาทำบุญอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ คนร้ายยังใช้อาวุธปืนยิงสุนัขที่อาศัยอยู่ภายในวัดจนได้รับบาดเจ็บอีก 2 ตัว ยิ่งเพิ่มความหดหู่ให้กับพระสงฆ์และชาวบ้านในพื้นที่

พระครูเจ้าอธิการบุญหนา จิตปาโร เจ้าคณะตำบลบ้านเต่า เขต 1 และเจ้าอาวาสวัดชัยชมพู เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสลดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะธาตุอัฐิเหล่านี้เป็นสถานที่เก็บอัฐิของญาติพี่น้องผู้ล่วงลับ ซึ่งถือเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของแต่ละครอบครัว

เจ้าอาวาสกล่าวอีกว่า คนร้ายมีพฤติกรรมทุบทำลายธาตุอัฐิเพื่อค้นหาเหรียญหรือทรัพย์สินที่ญาติผู้เสียชีวิตใส่ไว้ในโกศ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญขวัญถุงหรือเงินจำนวนเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ย่ำยีความรู้สึกของญาติโยมอย่างรุนแรง
ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.วิทวัส แสงสว่างสถิตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านแท่น ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมเก็บหลักฐานในจุดเกิดเหตุ

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีวัดในพื้นที่ถูกงัดโกฐอัฐิรวม 2 แห่ง ได้แก่ วัดบ้านหนองคู หมู่ 1 ตำบลหนองคู และวัดป่าบ้านโนนสะอาด หมู่ 10 ตำบลหนองคู โดยพบว่าโกฐบรรจุอัฐิถูกงัดหลายจุด
ทรัพย์สินที่สูญหายส่วนใหญ่เป็นเงินที่ญาติผู้เสียชีวิตใส่ไว้ในโกฐ รวมถึงโกฐอัฐิที่ทำจากทองเหลืองหลายใบ โดยเจ้าหน้าที่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณ 5–6 วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยภายในวัดบ้านหนองคู พบว่ากล้องวงจรปิดไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบภาพผู้ก่อเหตุในช่วงเวลาที่เกิดเหตุได้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานบุคคลในพื้นที่ เก็บหลักฐานเพิ่มเติม และเร่งติดตามเบาะแสผู้ต้องสงสัย เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้สึกหวาดวิตกและไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นการกระทำของ “มารศาสนา” และเกรงว่าอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับวัดอื่นในพื้นที่ใกล้เคียงได้
ข่าว/ภาพ : มัฆวาน วรรณกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดชัยภูมิ


