โผล่พ้นน้ำในรอบ 42 ปีสถานีรถไฟนิเถะสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คืนชีพ

ปรากฏการณ์ที่ราวกับ “อดีตคืนชีพ” กำลังดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวจำนวนมาก เมื่อซากสถานีรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 “สถานีนิเถะ” โผล่พ้นผิวน้ำแม่น้ำรันตีอีกครั้ง หลังจมหายใต้บาดาลนานกว่า 42 ปี กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บริเวณบ้านสะพานรันตี ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เดิมคือ “บ้านหนองโป่งโด่ง” ชุมชนโบราณที่เคยรุ่งเรือง ก่อนจะถูกน้ำท่วมจากการก่อสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งแล้วเสร็จและเริ่มกักเก็บน้ำในปี 2527 ส่งผลให้หมู่บ้านและสถานีรถไฟทั้งแห่งจมหายไปใต้ผืนน้ำอย่างไร้ร่องรอย

กระทั่งปี 2569 จากการปรับลดระดับน้ำเพื่อบำรุงรักษาเขื่อน ทำให้ผืนดินในอดีตค่อย ๆ เผยตัวขึ้น พร้อมหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชวนสะเทือนใจ ทั้งไม้หมอนรถไฟ เหล็กหมุด บ่อเก็บน้ำ โรงซ่อมรถไฟ และ “หลุมระเบิด” ขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 10 หลุม บางหลุมกว้างถึง 12×12 เมตร สะท้อนความรุนแรงของสงครามที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่

นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเชื่อว่า สถานีนิเถะเคยเป็นหนึ่งใน 6 สถานีหลักของเส้นทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำหน้าที่เป็นจุดเติมน้ำและเชื้อเพลิง ก่อนที่ขบวนรถไฟจะมุ่งหน้าสู่ชายแดนประเทศเมียนมา เส้นทางที่เต็มไปด้วยทั้งความหวังและความสูญเสีย

บรรยากาศในปัจจุบันเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามาสัมผัส “อดีตที่จับต้องได้” บางคนเดินสำรวจซากโบราณ บางคนยืนเงียบ ๆ มองผืนน้ำที่เคยกลืนชีวิตและความทรงจำของผู้คนทั้งหมู่บ้าน

นายพิชัย สายรันตี เจ้าของร้านกาแฟในพื้นที่ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงปนความรู้สึกว่า ตนเกิดและเติบโตในสังขละบุรี เคยใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านหนองโป่งโด่ง และเรียนหนังสือที่นี่ ก่อนที่ทุกอย่างจะจมหายไปใต้เขื่อน

“สมัยก่อนพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์มาก มีต้นสักทองขึ้นเองตามธรรมชาติ มองไปไกล ๆ จะเห็นสถานีรถไฟนิเถะเป็นรูปตัววายเด่นชัด วันนี้พอกลับมาเห็นอีกครั้ง มันเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต” นายพิชัยกล่าว

การกลับมาปรากฏของสถานีนิเถะในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่ยังเป็น “หน้าประวัติศาสตร์ที่เปิดขึ้นอีกครั้ง” เตือนให้ผู้คนตระหนักถึงเรื่องราวของสงคราม การเปลี่ยนแปลง และชีวิตผู้คนที่เคยดำรงอยู่ ณ ผืนแผ่นดินแห่งนี้ ก่อนจะถูกกลืนหายไปกับกาลเวลาและสายน้ำ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานในพื้นที่เตรียมวางแนวทางดูแลและส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ควบคู่กับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ท่ามกลางความสนใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาวนี้

ข่าว/ภาพ : ปรีชา ไหลวารินทร์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี