กาชาดภาคใต้ผนึกกำลัง 7 จังหวัดย้ำภารกิจเดินหน้าช่วยทุกข์-ยกระดับคุณภาพชีวิต

เหล่ากาชาด 7 จังหวัดภาคใต้รวมตัวที่กระบี่ แลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงาน ย้ำบทบาทกำลังสำคัญช่วยประชาชนยามทุกข์ยาก พร้อมยกระดับภารกิจให้เข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ที่โรงแรมกระบี่ มาริไทม์ รีสอร์ท อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด ภาค 11 ครั้งที่ 1/2569 รวมพลังคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจาก 7 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการทำงานและยกระดับภารกิจช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

นายกฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวต้อนรับ พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอเข้าร่วม 315 คน จากจังหวัดกระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต ระนอง และสุราษฎร์ธานี

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามข้อบังคับสภากาชาดไทยที่กำหนดให้เหล่ากาชาดภายในแต่ละภาคประชุมร่วมกันอย่างน้อยปีละ 3 ครั้ง เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติงานได้แลกเปลี่ยนทั้งความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข รวมถึงนำโครงการเด่นในแต่ละจังหวัดมาต่อยอดเป็นต้นแบบในการช่วยเหลือประชาชน

นางศรินทิพย์ ศีลาเทวากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า จังหวัดกระบี่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ นอกจากจะเป็นเวทีเชื่อมโยงการทำงานของเหล่ากาชาดทั้ง 7 จังหวัดแล้ว ผู้เข้าร่วมยังได้ชมนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อสภากาชาดไทยและประชาชนมาอย่างยาวนาน

นายกฤษฎา กล่าวว่า หัวใจของการประชุมระดับภาคไม่ใช่เพียงการมาพบปะกัน แต่คือการนำประสบการณ์จริงในแต่ละพื้นที่มาแลกเปลี่ยนว่า ภารกิจใดประสบความสำเร็จ ภารกิจใดยังติดขัด และจะร่วมกันผลักดันอย่างไรให้การช่วยเหลือประชาชนบรรลุเป้าหมายได้มากขึ้น

พร้อมย้ำว่า ภารกิจของสภากาชาดไทยครอบคลุมตั้งแต่การแพทย์และการพยาบาล การรับบริจาคโลหิต อวัยวะและดวงตา การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเหล่ากาชาดจังหวัดและกิ่งกาชาดอำเภอถือเป็น “กำลังสำคัญด่านหน้า” ที่ทำให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว

“สภากาชาดไทยเป็นองค์กรสาธารณกุศล ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐโดยตรง จึงมีความคล่องตัวในการดำเนินงาน สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้รวดเร็ว เหล่ากาชาดจึงเป็นพลังเสริมสำคัญให้ภาครัฐ โดยอาศัยความร่วมมือจากประชาชนและทุกภาคส่วน เพื่อช่วยผู้ประสบทุกข์ บรรเทาความเดือดร้อนและความยากไร้” นายกฤษฎา กล่าว

ภายในงานยังมีการบรรยายหัวข้อ “ใช้ชีวิตอย่างรู้ค่า… ตามรอยพระราชาของแผ่นดิน” โดย ดร.สมพล เข็มกำเหนิด รวมถึงการให้ความรู้ด้านงานบริการโลหิตและภารกิจกาชาดจากหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้

การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่เป็นการเชื่อมเครือข่ายกาชาด 7 จังหวัดให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนได้เร็วขึ้น ทั่วถึงขึ้น และตรงกับความเดือดร้อนมากที่สุด ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ “ช่วยเหลือผู้ประสบทุกข์ บรรเทาความเดือดร้อน และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน”