
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ภายหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตเมืองได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งยังคงมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวการจราจรสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 700 เมตร ส่งผลให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต้องใช้ความระมัดระวังในการสัญจร

นอกจากนี้ มวลน้ำยังเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมถนนหลายหลังคาเรือน ทำให้เจ้าของบ้านต่างเร่งช่วยกันวิดน้ำออกจากตัวบ้าน พร้อมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นสู่ที่สูง เพื่อเร่งฟื้นฟูบ้านพักให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกันยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนยังคงตกลงมาเป็นระยะตลอดทั้งวัน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมซ้ำได้อีก

น.ส.ธัญญารัตน์ ภัดสวัสดิ์ อายุ 46 ปี เจ้าของร้านเสริมสวย เปิดเผยว่า ฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำที่ไหลบ่ามีปริมาณมากจนทะลุกระสอบทรายที่นำมาวางป้องกันไว้บริเวณหน้าบ้าน ก่อนจะทะลักเข้าท่วมภายในตัวบ้านอย่างรวดเร็ว โดยปีนี้บ้านของตนถูกน้ำท่วมเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้รุนแรงกว่าครั้งแรกอย่างเห็นได้ชัด

“ตอนนี้ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว คาดว่าอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ หลังจากนั้นครอบครัวก็จะช่วยกันตักน้ำออกจากบ้าน ล้างทำความสะอาด และซ่อมแซมความเสียหาย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือ จึงอยากฝากถึงเทศบาลนครขอนแก่นให้เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเองไปก่อน” น.ส.ธัญญารัตน์ กล่าว

ด้านนายจิตกร ตาซื่อ อายุ 35 ปี กล่าวว่า เมื่อตื่นนอนในช่วงเช้าก็พบว่าน้ำท่วมภายในบริเวณบ้านในระดับที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หลังฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงด้านหลัง ทำให้ต้องรีบขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและทรัพย์สินขึ้นไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

นายจิตกร กล่าวว่า แม้ขณะนี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงไปมากแล้ว แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ภายในพื้นที่ โดยหวังว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงบ่ายของวันนี้ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านยังคงกังวลว่าหากฝนตกหนักลงมาอีกระลอก อาจทำให้พื้นที่กลับมาประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

