ช้างป่าขยายพื้นที่หากิน เจ้าอาวาสวัดหมูสีเตือน ‘อย่ากดดัน’ หวั่นเกิดเหตุสลด

ช้างป่าเขาใหญ่เคลื่อนออกนอกแนวป่าถี่ขึ้น ทั้งโขลงข้ามถนนและเข้าหากินใกล้ชุมชน เจ้าอาวาสวัดหมูสีเตือนกำลังเฝ้าระวังยังไม่พอ หวั่นเสี่ยงเผชิญหน้าคนกับช้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 12 กันยายน 2569 โลกออนไลน์เผยภาพนาทีระทึก ขณะโขลงช้างป่าหลายตัวเดินข้ามถนนภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ท่ามกลางรถยนต์ของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ต้องชะลอและหยุดรอ ก่อนช้างทั้งหมดจะทยอยเดินเข้าสู่แนวป่าอย่างปลอดภัย

คลิปดังกล่าวถูกโพสต์โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Theerapong Nakrab ในกลุ่ม “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (Kaoyai National Park)” และได้รับความสนใจจากผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Atsada Meeseesong เผยคลิป “พี่อ้วน” ช้างป่าที่ออกจากแนวป่าเข้ามาหากินอ้อยบริเวณพื้นที่ริมป่า ใกล้บ้านโป่งตาลอง ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง สะท้อนสถานการณ์ช้างป่าที่เริ่มขยายพื้นที่หากินเข้าสู่รอยต่อระหว่างผืนป่ากับพื้นที่ชุมชนมากขึ้น

ด้าน พระอธิการกัมปนาท สุเขธิโต เจ้าอาวาสวัดหมูสี และประธานชมรมอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่ายังต้องพึ่งกำลังอาสาสมัครเป็นหลัก แต่กำลังคนยังไม่เพียงพอสำหรับการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหลังเที่ยงคืนที่บางช่วงเหลือผู้ปฏิบัติหน้าที่เพียง 2-3 คน ทำให้เกิดช่องว่างในการติดตามการเคลื่อนตัวของช้าง

สำหรับสาเหตุที่ช้างออกนอกแนวป่ามากขึ้น เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูพืชไร่ พื้นที่การเกษตรจึงกลายเป็นแหล่งอาหารที่ช้างเข้าถึงได้ง่าย ส่งผลให้ช้างปรับพฤติกรรมและขยายพื้นที่หากินออกจากผืนป่า ขณะเดียวกันช้างบางตัวที่เคยแยกกันหากินเริ่มกลับมารวมกลุ่ม ทำให้สามารถเคลื่อนที่หาอาหารได้กว้างขึ้น

พระอธิการกัมปนาท แสดงความเป็นห่วงว่า หากช้างเข้าใกล้พื้นที่ชุมชนมากขึ้น ความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อช้างถูกกดดัน หวาดระแวง หรือถูกรบกวนซ้ำ ๆ ซึ่งระยะหลังเริ่มพบพฤติกรรมช้างวิ่งไล่อาสาสมัครแล้ว

“เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตจะไม่มีเหตุช้างทำร้ายคนเกิดขึ้น” พระอธิการกัมปนาทระบุ พร้อมย้ำว่า การเฝ้าระวังและผลักดันช้างยังมีความจำเป็น แต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง ไม่กดดันหรือรบกวนช้างมากจนเกิดความเครียดและนำไปสู่การปะทะ

ทั้งนี้ ช้างป่ามีพฤติกรรมออกหากินในช่วงกลางคืนและพักในเวลากลางวัน แม้จะผลักดันกลับเข้าป่าแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าช้างจะอยู่ในป่าตลอดทั้งคืน เพราะอาจย้อนกลับเข้าพื้นที่เกษตรหรือใช้เส้นทางผ่านชุมชนอีกครั้ง ทำให้อาสาสมัครต้องออกสำรวจเส้นทางตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อตรวจสอบทิศทางการเคลื่อนตัว และคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรกรณีช้างข้ามถนน

พระอธิการกัมปนาทย้ำว่า การอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ป่าจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่และสัญชาตญาณของสัตว์ โดยเฉพาะพื้นที่รอบเขาใหญ่ที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรขยายเข้าใกล้แนวป่ามากขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายจนเกิดความสูญเสียทั้งกับประชาชนและช้างป่า

ข่าว: นายประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา