
บรรยากาศการประชุม “ช้างป่ากับปัญหาชุมชน จังหวัดนครนายก ครั้งที่ 2/2569” ที่ห้องประชุมนายหัวคาเฟ่ & ชั้นหวังเรสเตอรองท์ (The Chamuang Forest) ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายก เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความสูญเสียที่ยังสดใหม่ เมื่อ พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา นั่งหัวโต๊ะระดมทุกภาคส่วน หวังเร่งหาทางออกต่อวิกฤตช้างป่าที่กำลังลุกลามหนัก
เวทีครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 70 คน ทั้งฝ่ายปกครอง นักอนุรักษ์ องค์กรด้านสัตว์ป่า หน่วยงานท้องถิ่น และภาคประชาชน โดยมีผู้บริหารระดับจังหวัด ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงองค์กรอนุรักษ์ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ช่วงเวลาที่สะเทือนใจที่สุดเกิดขึ้น เมื่อญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุช้างป่าทำร้ายในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลสาริกา เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2569 ลุกขึ้นถ่ายทอดความสูญเสียต่อหน้าที่ประชุม เสียงสะอื้นแผ่วเบาทำให้ทั้งห้องเงียบงัน
พล.ต.ต.อังกูร กล่าวแสดงความเสียใจ พร้อมย้ำชัดว่า
“ต้องเร่งเยียวยาทันที ครอบครัวผู้สูญเสียต้องไม่ถูกทอดทิ้ง”
ขณะเดียวกัน ข้อมูลสถานการณ์ยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของปัญหา เมื่อพบว่า
- ปี 2567 ช้างป่าออกนอกพื้นที่ 345 ครั้ง
- ปี 2568 พุ่งเป็น 526 ครั้ง
- และปี 2569 ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สะท้อนชัดว่า “วิกฤตช้างป่า” กำลังบานปลาย

สาเหตุหลักถูกชี้ไปที่การรุกล้ำป่า แหล่งอาหารตามธรรมชาติลดลง แหล่งน้ำไม่เพียงพอ ขณะที่พื้นที่เกษตรรอบป่ากลับกลายเป็นแหล่งดึงดูดสำคัญให้ช้างออกมาหากิน รวมถึงพฤติกรรมช้างตัวผู้ที่แยกออกจากฝูง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเผชิญหน้ากับมนุษย์
ในการประชุม พล.ต.ต.อังกูร ประกาศเดินหน้า “เกมรุก” เตรียมรื้อและปรับปรุง แผนแม่บทช้างป่า 20 ปี ที่ล่าช้ามานาน โดยเน้นมาตรการสำคัญ เช่น
- สร้างแนวกันชน (Buffer Zone)
- ใช้ “รั้วรังผึ้ง” ป้องกันช้าง
- ตั้งศูนย์เฝ้าระวังอัจฉริยะ
- จัดทำ “ทุ่งช้าง–พะเนียดช้าง” เพื่อเพิ่มแหล่งอาหารและควบคุมพื้นที่

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอจัดตั้งคณะทำงานระดับนโยบาย เพื่อยกร่างแผนแก้ปัญหาระยะยาว หวังเป็น “พิมพ์เขียว” รับมือวิกฤตช้างป่าทั้งระบบ
การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เวทีพูดคุย แต่คือจุดเริ่มต้นของความพยายามหยุดยั้งโศกนาฏกรรมที่อาจเกิดซ้ำ—หากยังไร้ทางออกที่จริงจังและยั่งยืน

