
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ บรรยากาศที่ตลาดเทศบาล 1 เทศบาลนครพิษณุโลก อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เต็มไปด้วยความคึกคักตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างพากันออกมาจับจ่ายเลือกซื้อเครื่องเซ่นไหว้ เนื่องในเทศกาลตรุษจีน ท่ามกลางกลิ่นธูป กลิ่นของสด และเสียงเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ค้าที่ดังก้องทั่วตลาด

แม้ภาวะค่าครองชีพจะยังเป็นประเด็นที่หลายครอบครัวกังวล แต่ราคาสินค้าหลักสำหรับพิธีไหว้ยังคง “ทรงตัว” ต่อเนื่องจากช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยหัวหมูพะโล้และหัวหมูขาว ขนาดใหญ่ราคา 950 บาทต่อหัว ขนาดกลาง 900 บาท และขนาดเล็ก 800 บาท ขณะที่ไก่ต้มอยู่ที่ 240-250 บาทต่อ ตัว เป็ดพะโล้ไม่รวมเครื่องใน ราคา 400 บาทต่อ ตัว

ส่วนเนื้อหมูสามชั้นจำหน่ายกิโลกรัมละ 170-180 บาท หมูเนื้อแดง 127-160 บาทต่อกิโลกรัม ขนมเข่งและขนมเทียนซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวานชื่นและความราบรื่นในชีวิต ราคาอยู่ที่ 120-150 บาทต่อกิโลกรัม หมี่ซั่วบรรจุ 400 กรัม ราคา 40 บาทต่อถุง ขณะที่ชุดไหว้บรรพบุรุษมีให้เลือกตั้งแต่ 100-399 บาทต่อชุด และชุดไหว้ไฉ่ชิงเอี๊ย ราคา 200-299 บาทต่อชุด

พ่อค้าแม่ค้าหลายรายเปิดเผยว่า แม้ยอดซื้อเฉลี่ยต่อครอบครัวอาจไม่ได้สูงเท่าช่วงก่อนเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ภาพรวมยังถือว่าคึกคัก โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ที่ประชาชนต้องการเลือกของสดใหม่เพื่อนำไปประกอบพิธีในช่วงสาย

สำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดพิษณุโลก ตรุษจีนไม่ใช่เพียงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง หากแต่เป็นวันแห่งความกตัญญูและการสืบสานประเพณี แม้ราคาหัวหมูจะแตะเกือบพันบาทต่อหัว แต่หลายครอบครัวยืนยันว่า “อย่างไรก็ต้องไหว้” เพราะถือเป็นสิริมงคลรับปีใหม่ตามความเชื่อ

รุ่งอรุณวันตรุษจีนปีนี้จึงไม่ได้มีเพียงแสงแดดอ่อนยามเช้า หากยังส่องสะท้อนภาพวิถีชีวิต ศรัทธา และสายใยครอบครัวที่ยังคงเหนียวแน่น ท่ามกลางตัวเลขราคาสินค้าที่หลายคนต้องชั่งใจ แต่สุดท้ายก็เลือกจะรักษาธรรมเนียมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
ข่าว/ภาพ : ชินวัฒน์ สิงหะ ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลก


