
เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 เกิดภาพสุดประทับใจกลางทะเลอันดามัน เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันพบปรากฏการณ์ธรรมชาติหาชมยาก หลังฝูง “โลมาปากขวด” จำนวนมหาศาลราว 120 ตัว รวมตัวกันว่ายน้ำและกระโดดเล่นอย่างคึกคักบริเวณใกล้เกาะตาชัย สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่กำลังออกลาดตระเวนทางทะเลตามภารกิจปกติ
นายศิริวัฒน์ สืบสาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจทางทะเลกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่อุทยานฯ ก่อนจะพบฝูงโลมาปากขวด (Indo-Pacific Bottlenose Dolphin) จำนวนมากกำลังรวมตัวกันกระจายเต็มผืนน้ำ

“ปกติโลมาปากขวดจะรวมฝูงกันประมาณ 10-20 ตัว แต่ครั้งนี้พบมากถึงราว 120 ตัว ถือเป็นฝูงขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า ‘Super Pod’ ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ยากมากในน่านน้ำไทย” นายศิริวัฒน์กล่าว
เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า โลมาแต่ละตัวมีความยาวลำตัวประมาณ 1-2.5 เมตร และมีพฤติกรรมร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด บางตัวว่ายน้ำเคียงข้างเรือตรวจการณ์ ขณะที่บางตัวกระโดดขึ้นเหนือน้ำโชว์ตัวอย่างต่อเนื่อง ราวกับกำลังเล่นน้ำและทักทายผู้มาเยือนกลางทะเล สร้างความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับทีมเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก

หัวหน้าอุทยานฯ ระบุว่า การพบฝูงโลมาขนาดใหญ่เช่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่หมู่เกาะสิมิลันและเกาะตาชัย ซึ่งเป็นผลจากมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ นโยบายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการอุทยานแห่งชาติให้เป็น “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” ที่ไม่รบกวนธรรมชาติ โดยมีมาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว จัดระเบียบเส้นทางเดินเรือ และติดตามสัตว์ทะเลหายากอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อเราท่องเที่ยวโดยเคารพธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะตอบแทนเราด้วยภาพมหัศจรรย์เช่นนี้ การกลับมาของสัตว์ทะเลหายากจำนวนมากถือเป็นสัญญาณที่ดีของทะเลไทย” นายศิริวัฒน์กล่าว
อย่างไรก็ตาม อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำเที่ยวและนักท่องเที่ยว หากพบฝูงสัตว์ทะเลหายาก ให้ปฏิบัติตามหลักสากล โดยลดความเร็วเรือ รักษาระยะห่าง หลีกเลี่ยงการขับเรือเข้าไปกลางฝูง ห้ามให้อาหาร ห้ามส่งเสียงดัง หรือกระโดดลงไปสัมผัสสัตว์ทะเล เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติ

สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้บันทึกพิกัดบริเวณที่พบฝูงโลมาไว้ที่ 47P E0372911, N0999995 พร้อมเก็บภาพและวิดีโอหลักฐาน เพื่อนำไปศึกษาวิเคราะห์สถานภาพประชากรโลมาและติดตามความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่ต่อไป
