ถกด่วนล้างบาง ‘ยาเสพติด-นอมินีต่างชาติ’ ลุยทวงคืนชายหาดดัง สกัดทุนสีเทารุกเกาะสวรรค์

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะในจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พล.ร.ต.ประพันธ์ ศรีสุวิภา รองผอ.รมน จังหวัดภูเก็ต(ฝ่ายทหาร) พล.ร.ต.สมชาย สีสำลี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาค 3 /ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนแยก ทร. พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนจากภาครัฐ หลังรัฐบาลเดินหน้ายกระดับการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของจังหวัดท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ต โดยเฉพาะปัญหาทุนต่างชาติ การบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ และเครือข่ายยาเสพติดที่เริ่มขยายตัวซับซ้อนมากขึ้น

จังหวัดภูเก็ตรายงานว่า ในปีงบประมาณ 2569 พบแนวโน้มการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ผ่านบริษัทขนส่งเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยผลการจับกุมผู้ต้องหาหลายคดีสำคัญ โดยหน่วยงานความมั่นคงได้บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อเร่งสกัดกั้นและตัดวงจรเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่า และชายหาดชื่อดัง ซึ่งเชื่อมโยงกับกลุ่มผลประโยชน์และการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยมีการติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบหลายพื้นที่สำคัญ ทั้งบางเทา หาดฟรีด้อม และหาดนุ้ย ที่อยู่ระหว่างกระบวนการบังคับใช้กฎหมายและทวงคืนพื้นที่

ขณะเดียวกัน หน่วยงานภาครัฐยังเร่งตรวจสอบการถือครองที่ดินและการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีการใช้ “นอมินี” ถือครองทรัพย์สินแทน ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสิทธิของประชาชนในพื้นที่โดยตรง

พล.ท.นรธิป กล่าวว่า รัฐบาลได้ยกระดับปัญหาการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ ปัญหานอมินี และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ให้เป็นภารกิจเร่งด่วนของทุกหน่วยงาน เพื่อปกป้องทรัพยากรของประเทศ สร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการภาครัฐ และรักษาผลประโยชน์ของประชาชน

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงกับประชาชน เพื่อป้องกันความสับสนจากข้อมูลที่บิดเบือนในสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อนหน้านี้ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างจริงจัง โดยทุกฝ่ายยืนยันเดินหน้าฟื้นความเชื่อมั่นและยกระดับภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว