
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หลังได้รับแจ้งจากประชาชนและนักท่องเที่ยวว่า พบขยะจำนวนมหาศาลถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยชายหาดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร จนทัศนียภาพอันสวยงามของทะเลกลายเป็นภาพชวนหดหู่
จากการสำรวจตลอดแนวชายหาดพบขยะหลากหลายประเภทกระจัดกระจายเกลื่อน ทั้งเศษไม้ ท่อนไม้ พลาสติก กล่องโฟม ขวดน้ำ รวมถึงวัสดุอันตรายอย่างตะปูที่ปะปนมากับเศษซากต่าง ๆ วางตัวราวกับกับดักเงียบคอยคุกคามนักท่องเที่ยวที่เดินเล่นริมชายหาดหรือคิดจะลงเล่นน้ำ

บรรยากาศที่ควรจะคึกคักในวันอาทิตย์กลับบางตากว่าปกติ นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือกเพียงเดินชมวิวริมฝั่ง หลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ต่างแสดงความไม่สบายใจกับสภาพพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเศษวัสดุแหลมคม
ผู้ประกอบการร่มเตียงรายหนึ่งเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงคลื่นลมแรง ขยะจากทะเลจะถูกซัดขึ้นฝั่งจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากการทิ้งขยะลงทะเลอย่างไม่รับผิดชอบ ทั้งจากเรือประมง เรือท่องเที่ยว และขยะที่ถูกพัดพามาจากพื้นที่อื่นตามกระแสน้ำ

“ทุกปีต้องมาเจอแบบนี้ ลูกค้าก็กลัว ไม่กล้าลงเล่นน้ำ รายได้ก็หายไป” ผู้ประกอบการกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนปัญหาเรื้อรังของพฤติกรรมมักง่ายที่ยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทะเลซึ่งควรเป็นแหล่งพักผ่อนและทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า กลับต้องแบกรับภาระขยะจากน้ำมือมนุษย์ ก่อนจะย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและความปลอดภัยของผู้คนเอง

อย่างไรก็ตาม ทางเมืองพัทยาได้เร่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เก็บกวาดขยะ โดยเฉพาะเศษไม้ขนาดใหญ่และวัสดุอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ นำมากองรวมไว้บริเวณด้านบนของชายหาด เพื่อรอการขนย้ายออกจากพื้นที่ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 4 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
แม้การจัดการเฉพาะหน้าจะช่วยฟื้นภาพลักษณ์ชายหาดได้ชั่วคราว แต่คำถามสำคัญยังคงอยู่ เมื่อใด “ความรับผิดชอบ” จะถูกปลูกฝังมากพอ จนทะเลไม่ต้องทำหน้าที่เป็นถังขยะใบใหญ่ของใครอีกต่อไป



