
“นายกฯ บางคูวัด” เดือดงัดหลักฐานโต้กลับกระแสโซเชียล ปมร้อนปืนของกลางไม่ตรงรุ่น-แจงยิบปมลูกน้องลาออก ลั่นมอบฝ่ายกฎหมายเช็คบิลคอมเมนต์-โพสต์บิดเบือน จ่อดำเนินคดีเด็ดขาดไม่มีละเว้น
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 ที่เทศบาลเมืองบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี ว่าที่ พ.ต.ท.ดร.มนต์พิพัฒน์ เอี่ยมจรัส นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด เปิดโต๊ะชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวแพร่สะพัดในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีการนำเรื่องเก่ามาเชื่อมโยงจนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหาย โดยยืนยันว่า คุณสมบัติการลงสมัครครบถ้วนถูกต้อง และไม่ได้อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานทั้งโพสต์และการแสดงความคิดเห็นต่างๆ เพื่อดำเนินคดีทางอาญาตามกฎหมายทันที

คาใจปืนของกลาง! จี้ ตร.พิสูจน์ความจริง
สำหรับประเด็นร้อนเรื่องอาวุธปืน ว่าที่ พ.ต.ท.ดร.มนต์พิพัฒน์ เผยว่า ตนได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2569 เวลา 22.19 น. โดยในเอกสารระบุชัดเจนว่าเป็น “ปืนลูกโม่ สีเงิน” ทว่าปืนที่ถูกนำมามอบให้ตำรวจและใช้แถลงข่าวกลับมีรายละเอียดไม่ตรงกัน จึงสร้างความเคลือบแคลงใจและตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะไม่ใช่กระบอกเดียวกันกับที่ใช้ในวันเกิดเหตุ พร้อมทั้งวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อความกระจ่าง
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ของพยานในที่เกิดเหตุอย่าง นายบุญลือ อยู่ยืน รองนายกเทศมนตรี และ นายสิริชัย จันทร์แบบ เลขานุการนายกฯ ซึ่งยืนยันตรงกันว่า ในวันเกิดเหตุอยู่ห่างจากผู้ก่อเหตุราว 15 เมตร เห็นผู้ก่อเหตุสวมกางเกงสามส่วน เสื้อสีขาว และใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า โดยปืนที่เห็นเป็น “สีเงิน” คาดว่าเป็นขนาด .38 ซึ่งสวนทางอย่างสิ้นเชิงกับปืนสีดำล้วนที่มีการนำมามอบให้กับตำรวจในเวลาต่อมา

เคลียร์ปมร้อนปลดพนักงาน-ตั้ง กก.สอบยิบ
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวโจมตีว่าตนใช้อำนาจไล่พนักงานออกนั้น นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเอกสารร่วมกับผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่และรองปลัดเทศบาล ปรากฏข้อเท็จจริงว่า บุคคลดังกล่าวได้ยื่นใบลาออกด้วยตนเองเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ไม่ได้ถูกไล่ออกแต่อย่างใด
ถึงกระนั้น เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม ตนได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกระบวนการบริหารงานบุคคล โดยมีรองปลัดเทศบาลเป็นประธาน และกำหนดให้รายงานผลภายใน 7 วัน ขณะที่ น.ส.ปนัดดา รองปลัดเทศบาลฯ ได้ออกมายืนยันเสริมว่า กรณีที่มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจนายกฯ นั้น ทุกคนมาด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครถูกเกณฑ์มาแต่อย่างใด

ลั่นไม่หวั่นไหว จ่อประสานกำลังคุมเข้มความปลอดภัย
ท้ายที่สุด ว่าที่ พ.ต.ท.ดร.มนต์พิพัฒน์ กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ได้รู้สึกกังวลใจกับกระแสข่าวโจมตี แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย พร้อมประสานไปยัง สภ.เมืองนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอกำลังดูแลพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับ ข้อมูลข่าวสาร ระมัดระวังการโพสต์และการแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จซึ่งอาจเข้าข่ายมีความผิดทางกฎหมาย และขอให้มั่นใจว่าตนจะยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวบางคูวัดต่อไปอย่างเต็มที่
