บุกฝ่าฝนทลายพูลวิลล่าหรูต่างชาติกลางกระบี่สงสัย ‘นอมินี’ ยึดธุรกิจท่องเที่ยวเปิดห้องพักเถื่อน

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานบูรณาการปฏิบัติการเข้าตรวจค้น “พูลวิลล่าแอนโทเนีย (Antonia)” พูลวิลล่าหรูบนพื้นที่กว่า 1 ไร่ ในตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ โดยอาศัยหมายค้นจากศาลจังหวัดกระบี่ ฝ่าสายฝนเข้าตรวจสอบธุรกิจต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว หรือ “นอมินี”

การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนพบข้อมูลว่า ธุรกิจดังกล่าวดำเนินการในนามบริษัทที่มีผู้ร่วมถือหุ้นเป็นคนไทย 1 ราย และชาวสเปน 2 ราย แต่จากพยานหลักฐานเบื้องต้นพบว่า ชาวต่างชาติอาจเป็นผู้มีอำนาจควบคุมและบริหารกิจการตัวจริง ซึ่งเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดกระบี่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว หลังพบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นและการครอบครองทรัพย์สินที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบว่า พูลวิลล่าดังกล่าวมีการเปิดให้บริการที่พักแบบรายวันแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยยังไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมตามพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ.2547 อีกทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าได้มีการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หรือไม่

นายอังกูร เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งรายชื่อธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในจังหวัดกระบี่ให้ตรวจสอบจำนวน 401 แห่ง โดยที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นแล้ว 8 แห่ง และดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว 1 แห่ง ขณะเดียวกันยังพบ 6 นิติบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับการถือครองที่ดินโดยชาวต่างชาติรวม 6 แปลง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ยังเสนอให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับระบบการแจ้งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นให้เชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีชาวต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในกิจการ เพื่อให้สามารถติดตาม ตรวจสอบ และป้องกันการกระทำผิดในลักษณะนอมินีได้อย่างทันท่วงที