
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ ป่าไม้ ปศุสัตว์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ยุทธการอินทรี 154” เข้าตรวจค้นสวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังสืบพบเบาะแสสำคัญว่าอาจมีการใช้ “นอมินี” คนไทยถือหุ้นแทนบุคคลต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ

จากแนวทางสืบสวน เจ้าหน้าที่พบว่ามีบุคคลสัญชาติอิสราเอลอย่างน้อย 2 ราย เข้ามาเกี่ยวข้องกับการวางแผน จัดตั้ง และบริหารกิจการสวนสัตว์ดังกล่าว ขณะที่พบการใช้บุคคลสัญชาติไทยสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาถือหุ้นรวม 4 ราย โดยยังคงสัดส่วนถือหุ้นคนไทยไว้ที่ร้อยละ 51 และต่างชาติร้อยละ 49 ซึ่งเข้าข่ายการจัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญ ทั้งโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และข้อมูลการสนทนาออนไลน์ของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งพบข้อมูลเกี่ยวกับการวางแผนจัดตั้งกิจการ การกำหนดตัวผู้ถือหุ้น และแนวทางบริหารธุรกิจในลักษณะอำพราง ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน แหล่งที่มาของเงินลงทุน และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากกิจการดังกล่าว

รายงานระบุว่า จากการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการดำเนินกิจการ พบข้อบ่งชี้ว่าบุคคลต่างด้าวเป็นผู้บริหาร ควบคุม และรับผลประโยชน์จากกิจการโดยตรง ส่วนบุคคลสัญชาติไทยบางรายมีลักษณะเป็นเพียงลูกจ้างหรือผู้ถือหุ้นแทนเท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของกิจการตัวจริง

ขณะเดียวกัน จังหวัดกระบี่ยังได้ประสานสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดกระบี่เข้าตรวจสอบสวัสดิภาพสัตว์ภายในสวนสัตว์อย่างละเอียด ทั้งสภาพความเป็นอยู่ การดูแลรักษา การครอบครองสัตว์ป่า รวมถึงเอกสารอนุญาตต่างๆ ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทันที

นายอังกูร กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ ป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพรางให้ต่างชาติเข้ามาประกอบกิจการผิดกฎหมาย รวมถึงยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวและสวัสดิภาพสัตว์ในจังหวัดกระบี่

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมเร่งตรวจสอบเอกสารการถือครองกิจการ ใบอนุญาตต่างๆ และการครอบครองสัตว์ป่าอย่างละเอียด หากพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกข้อหาโดยไม่มีข้อยกเว้น
