
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ กันตะยศ ผู้กำกับการ สภ.ไทรโยค พ.อ.สรายุทธ ศรรัมน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ว่าที่ พ.ต.อ.ธวัลธรณ์ พุฒิธนพิศุทธิ์ ผู้กำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 พ.ต.อ.มานะ สำราญวงศ์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี สนธิกำลังร่วมกันปฏิบัติการ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนบุหรี่ผิดกฎหมายจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ตัวจังหวัดกาญจนบุรี

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวใช้รถกระบะตู้ทึบ 2 คัน ลำเลียงสินค้าผ่านถนนทางหลวงหมายเลข 323 จากอำเภอสังขละบุรี มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าสกัดบริเวณด่านตรวจถาวรไทรโยค ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค
กระทั่งพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถกระบะตู้ทึบยี่ห้ออีซูซุ หมวดทะเบียนจังหวัดกาญจนบุรี และหมวดทะเบียนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขับตามกันมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจค้น
ผลการตรวจค้นสร้างความตะลึง เมื่อพบภายในรถทั้งสองคันบรรทุกบุหรี่ยี่ห้อ กรองทิพย์ 90 ซองอ่อน ที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร คันละ 75 ลัง รวมทั้งสิ้น 150 ลัง หรือ 7,500 คอตตอน จำนวน 75,000 ซอง รวม 1,500,000 มวน

ระหว่างตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังพบเอกสารการขนส่งที่มีพิรุธ โดยระบุปลายทางอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ทั้งที่รถกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้ บริเวณซองบุหรี่ทุกซองยังมีตราประทับข้อความ “FOR EXPORT ONLY” หรือ “สำหรับการส่งออกเท่านั้น” ซึ่งเป็นสินค้าที่ไม่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำว่าของกลางทั้งหมดถูกลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายภายในประเทศอย่างผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ขับขี่ทั้งสองราย ได้แก่ นายสหรัฐ อายุ 32 ปี ชาวอำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และนายสุเมธี อายุ 32 ปี ชาวอำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี

จากการสอบสวน ทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างให้นำรถไปรับบุหรี่จากคลังรับพัสดุแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เพื่อนำไปส่งยังคลังรับพัสดุในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเคยทำมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีในข้อหา “มีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี” และ “มีไว้เพื่อขายโดยไม่มีสิทธิ์โดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี”

สำหรับบุหรี่ทั้งหมดเป็นสินค้าประเภทส่งออก แต่ถูกลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยผ่านตลาดมืด เนื่องจากมีราคาถูกกว่าบุหรี่ที่วางจำหน่ายตามกฎหมายอย่างมาก โดยบุหรี่กรองทิพย์ที่จำหน่ายในประเทศมีราคาซองละประมาณ 105 บาท ขณะที่บุหรี่ของกลางมีการลักลอบจำหน่ายในราคาซองละเพียง 30-40 บาท หรือประมาณ 230-240 บาทต่อคอตตอน หากกระจายขายได้ทั้งหมด จะมีมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรีจะดำเนินการประเมินมูลค่าความเสียหายด้านภาษีและขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป
ข่าว/ภาพ ; ปิยรัชต์ จงเจริญ ผู้สื่อข่าวจังหวัดกาญจนบุรี


