
บรรยากาศท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังคึกคักในจังหวัดกระบี่ ถูกยกระดับความเข้มข้นด้านความปลอดภัยขึ้นอีกขั้น เมื่อ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นำกำลังหน่วยงานความมั่นคงและความปลอดภัยหลายฝ่าย บุกตรวจถึงพื้นที่ท่าเรือท่องเที่ยวหาดนพรัตน์ธารา อำเภอเมืองกระบี่
ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตรวจความพร้อมทั่วไป แต่เป็น “การคัดกรองชีวิตคนขับเรือ” ด้วยการตรวจสารเสพติดพนักงานประจำเรือท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด โดยมีทั้ง ปภ.กระบี่ ศรชล.กระบี่ เจ้าท่าภูมิภาค ตำรวจภูธร และฝ่ายปกครอง ร่วมบูรณาการปฏิบัติการ

ผลการตรวจในช่วงเช้าวันเดียว พบพนักงานเรือกว่า 30 ราย “ปลอดสารเสพติด 100%” สร้างความโล่งใจให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางสู่เส้นทางยอดนิยมอย่าง เกาะปอดะ เกาะไก่ เกาะห้อง และทะเลแหวก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจากการคัดกรองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับสะท้อนอีกด้านของปัญหา เมื่อมีการตรวจพนักงานเรือกว่า 300 ราย พบผู้มีสารเสพติดถึง 10 ราย ซึ่งทั้งหมดถูกส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาโดยทันที

ผู้ว่าฯกระบี่ ยังได้ลงพื้นที่พูดคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรการความปลอดภัยที่จังหวัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวต่างชื่นชมการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่ และรู้สึกมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น
“เราต้องทำให้กระบี่เป็นพื้นที่ปลอดภัยทั้งทางบกและทางน้ำ” ผู้ว่าฯกระบี่กล่าวย้ำ พร้อมระบุว่า ทุกเที่ยวเรือท่องเที่ยวต้องผ่านการคัดกรองเข้ม หากพบสารเสพติดจะเข้าสู่กระบวนการบำบัดทันที ไม่มีข้อยกเว้น

ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จังหวัดกระบี่ยังตรึงราคาค่าโดยสารทั้งรถสาธารณะและเรือท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้กระทบค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว
ทั้งหมดนี้ คือความพยายามของจังหวัดกระบี่ในการรักษาภาพลักษณ์ “เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย” พร้อมตอกย้ำแนวคิด
“กระบี่พื้นที่ปลอดภัย เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารัก” เพื่อให้ทุกการเดินทางในช่วงสงกรานต์ ไม่ใช่แค่สนุก แต่ต้อง “ปลอดภัยทุกชีวิต”


