ผู้ว่าฯกระบี่ นำทีมบุกซ้ำร้านนอมินีอิสราเอล ผวาผับลับ-ศูนย์ซาบัดกลางอ่าวนาง

ตะลึง! ร้านอาหารดังอ่าวนางสวมรอยนอมินี กลับมาเปิดเย้ยกฎหมาย ตรวจค้นพบอาหารอิสราเอลลักลอบนำเข้าไม่ผ่านศุลกากร พร้อมดัดแปลงชั้นบนเป็นศูนย์ชาบัดลับ

นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ นำกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่จากพาณิชย์จังหวัด สำนักงานที่ดิน สำนักงานสรรพากร สำนักงานจัดหางาน และสำนักงานประกันสังคม เข้าตรวจสอบร้านอาหาร “ไบท์ ฮิลิเอล โคเชอร์” (Beit Hiliel Kosher) ภายในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่

การเข้าตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่า ร้านดังกล่าวกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจเข้าจับกุมและดำเนินคดีในข้อหานอมินี ส่วนเจ้าของเดิมชาวอิสราเอลถูกเนรเทศออกนอกประเทศไทยไปแล้ว

ภายในร้านพบผู้จัดการและพนักงานชายหญิงสัญชาติไทยรวม 7 คน กำลังปฏิบัติงาน เมื่อตรวจสอบอาหารและเครื่องดื่ม พบหลายรายการเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า สินค้าเหล่านี้ถูกส่งต่อมาจากศูนย์ “ชาบัด” ในกรุงเทพมหานคร และพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าโดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ซึ่งเป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ห้องที่อยู่ติดกับพื้นที่รับประทานอาหารถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนายูดาห์ หรือศาสนายิว ลักษณะเป็นศูนย์ “ชาบัด” รองรับคนได้ประมาณ 20–25 คน ภายในร้านยังพบป้ายรับบริจาคเงินเพื่อจัดทำคัมภีร์ติดอยู่หลายจุด ส่วนชั้นอื่น ๆ แบ่งเป็นห้องขนาดเล็กสำหรับเก็บสิ่งของ ไม่พบผู้พักอาศัย

จากการสอบถามพนักงาน ให้ข้อมูลว่า ทุกวันศุกร์และวันเสาร์จะมีชาวอิสราเอลมารวมกลุ่มรับประทานอาหารและประกอบพิธีทางศาสนา โดยมีนายซิมมอน ชาวอิสราเอล ซึ่งอาศัยอยู่ในตัวเมืองกระบี่ เดินทางมาเป็นผู้นำประกอบพิธี

นายอังกูรเปิดเผยว่า การตรวจสอบเป็นไปตามมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาธุรกิจนอมินีและการกระทำผิดของคนต่างชาติ ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน หลังทราบว่าร้านกลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง

แม้ปัจจุบันร้านจะเปลี่ยนโครงสร้างการถือหุ้นจากชาวอิสราเอลเป็นคนไทย 100% และมีข้อมูลว่าผู้ถือหุ้นใหม่เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวไทย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องตรวจสอบรายละเอียดให้รอบด้าน จึงเรียกประชุมส่วนราชการเพื่อพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและบังคับใช้อย่างครบถ้วน

ด้าน พ.ต.อ.พิษณุ อัชนะพรกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า รูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกด้าน เพื่อพิสูจน์ว่าร้านอาหารแห่งนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับนายฌอน เจ้าของเดิมชาวอิสราเอลที่ถูกเนรเทศไปแล้วหรือไม่ ประเด็นสำคัญจากการตรวจค้นครั้งนี้ คือการพบหลักฐานการโอนเงินจากผู้จัดการร้านเข้าบัญชีนายโซเกรฟ ซึ่งตำรวจระบุว่าเป็นเพื่อนสนิทของนายฌอน เจ้าหน้าที่จึงจะตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเกี่ยวข้องของบุคคลต่าง ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม การถือหุ้นโดยคนไทยและหลักฐานการโอนเงินที่พบ ยังต้องพิจารณาร่วมกับพยานหลักฐานอื่นเพื่อวินิจฉัยว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ โดยขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลสอบสวนโครงสร้างธุรกิจและความเชื่อมโยงกับเจ้าของเดิม