พระราชทานเพลิง”ผอ.ศศิพัชร”ครูผู้สละชีพปกป้องลูกศิษย์ สะเทือนใจทั้งแผ่นดิน

เมื่อเย็นวันที่ 17 ก.พ. บรรยากาศที่ วัดยูงทอง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เต็มไปด้วยความอาลัย เมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพ นางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ครูผู้เสียสละ” หลังเข้าขอเป็นตัวประกันแทนนักเรียนหญิง ระหว่างเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนก่อเหตุภายในสถานศึกษา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงศาลาบำเพ็ญกุศล ได้ประกอบพิธีทอดผ้าไตรประทาน 1 ไตร และผ้าไตรพระราชทาน 5 ไตร ก่อนเจ้าหน้าที่เปิดโคมเพลิงพระราชทาน อัญเชิญดอกไม้จันทน์พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และดอกไม้จันทน์ประทานของสมเด็จพระสังฆราชเข้าสู่พิธีอย่างสมพระเกียรติ

นายกรัฐมนตรีทำความเคารพเบื้องหน้าทิศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ก่อนหยิบดอกไม้จันทน์พระราชทานจุดไฟหลวงจากโคมพระราชทาน วางบนพานรับเพลิงอย่างสงบนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมทั้งศาลา จากนั้นคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนจำนวนมากทยอยวางดอกไม้จันทน์ แสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1,000,000 บาท และเงินเยียวยาผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม อีก 200,000 บาท แก่ครอบครัวสินสโมสร เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น และเป็นขวัญกำลังใจท่ามกลางความสูญเสียอันใหญ่หลวง

นางศศิพัชร อายุ 54 ปี เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2514 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา (กศ.ม.) สมรสกับนายเจษฎา สินสโมสร ครูโรงเรียนพะตงวิทยามูลนิธิ มีบุตร 2 คน คือ นายสุวิจักขณ์ สินสโมสร นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยทักษิณ และเด็กหญิงธัญธร สินสโมสร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

ตลอดเส้นทางวิชาชีพ คุณครูอุทิศตนเพื่อการพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมสร้างตนเองรัตภูมิ และโรงเรียนรัตภูมิวิทยา ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนสทิงพระชนูปถัมภ์ และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ตั้งแต่ปี 2563 สร้างผลงานเด่น “PATONG MODEL” และผลักดันการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning จนเป็นที่ยอมรับในวงการศึกษา

แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของ “ศศิพัชร สินสโมสร” ถูกจารึกในความทรงจำของผู้คน ไม่ใช่เพียงผลงานทางวิชาการ หากคือวินาทีแห่งความกล้าหาญที่เธอยอมยืนอยู่เบื้องหน้าอันตราย เพื่อให้ลูกศิษย์ได้มีชีวิตรอด

เสียงสะอื้นของครอบครัว คณะครู และลูกศิษย์ที่มาร่วมส่งเธอครั้งสุดท้าย สะท้อนให้เห็นว่าการสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงความโศกเศร้าของครอบครัวหนึ่ง หากคือความสูญเสียของวงการศึกษาไทยทั้งประเทศ และคุณงามความดีของ “ครูผู้เสียสละ” จะยังคงส่องสว่างในหัวใจศิษย์ตลอดไป