
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (บก.สส.ภ.4) พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ร่วมแถลงผลการจับกุมคดีชิงทรัพย์ร้านทองชื่อดังในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น
ผู้ต้องหาคือ นายชลธิป หรือ “เก๋” อายุ 47 ปี ชาว ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถูกจับกุมในข้อหา “ชิงทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม”
ของกลางประกอบด้วย ไม้หน้าสามยาว 1 เมตร เหล็กกล่องดัดแปลงเป็นอุปกรณ์สอยทอง สร้อยทองรูปพรรณ 9 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท

บุกเดี่ยวกวาดทอง 11 เส้น มูลค่าเกือบ 2 ล้าน
คดีนี้สืบเนื่องจากเหตุคนร้ายชายบุกเดี่ยวก่อเหตุชิงทองรูปพรรณ 11 เส้น น้ำหนักรวม 26 บาท มูลค่าเกือบ 2 ล้านบาท จากร้านทองกรุงเทพเยาวราช สาขา ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ก่อนหลบหนีลอยนวล
ตำรวจสืบสวนภาค 4 ร่วมกับสืบสวนภูธรจังหวัดขอนแก่น และ สภ.บ้านเป็ด ระดมกำลังแกะรอยอย่างต่อเนื่อง พร้อมประกาศรางวัลนำจับ 100,000 บาท
จุดสำคัญที่ทำให้คดีคืบหน้า คือภาพจากปั๊มน้ำมันริมถนนเหล่านาดี พบคนร้ายเติมน้ำมัน 40 บาท และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีบรอนด์เทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีสติกเกอร์สีเหลืองคำว่า “VIP” ติดท้ายรถ
เบาะแสดังกล่าวนำไปสู่การกระจายกำลังค้นหาในพื้นที่ ต.ดอนช้าง กระทั่งชาวบ้านยืนยันว่า รถลักษณะดังกล่าวเป็นของ “นายเก๋” พ่อค้าขายบะหมี่ในพื้นที่

แผนแยบยล ศึกษาข่าว-เลี่ยงกล้อง
จากการสอบสวน นายเก๋รับสารภาพว่า เดิมเคยเป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน แต่ประสบปัญหาหนี้สินสะสม ภรรยาหนีคดี ทิ้งภาระเลี้ยงลูกและหนี้ทั้งหมดไว้เพียงลำพัง รายได้ขายบะหมี่ไม่พอหมุนเงิน จึงตัดสินใจก่อเหตุ
ผู้ต้องหาเผยว่า ศึกษาข่าวคดีชิงทองจากสื่อมวลชน เพื่อดูรูปแบบการหลบหนี เลือกใช้ถนนสายรองและเส้นทางสวนยาง หลีกเลี่ยงถนนหลักที่มีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก
สำหรับรถจักรยานยนต์ซื้อมือสองราคา 5,000 บาท มาพ่นสีใหม่ ดัดแปลงเหล็กกล่องเป็นอุปกรณ์สอยทอง และเตรียมไม้หน้าสามสำหรับขวางประตูอัตโนมัติไม่ให้ปิดล็อก วันเกิดเหตุ แผนเป็นไปตามที่คิด ประตูปิดไม่สนิท สามารถกวาดทองและหลบหนีได้สำเร็จ

ซ่อนทองในเสาบ้าน ทิ้งรถลงหนองน้ำ
หลังได้ทองมา ผู้ต้องหานำสร้อยทองร้อยรวมกัน แล้วหย่อนซุกไว้ในเสาเหล็กกล่องค้ำระเบียงบ้าน จากนั้นนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งในหนองน้ำพื้นที่บ้านหนองเต่า และเผาเสื้อผ้า-หมวกกันน็อกที่ใช้ก่อเหตุในสวนยาง
ตลอดหลายวัน ผู้ต้องหานอนกบดานติดตามข่าวการไล่ล่าของตำรวจอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อคิดว่าเรื่องเริ่มเงียบ จึงกลับมาเปิดร้านขายบะหมี่ และถูกตำรวจแสดงตัวจับกุมในที่สุด

ได้ทองคืน 9 เส้น เร่งตามอีก 2 เส้น
เจ้าของร้านตรวจสอบทองของกลางยืนยันเป็นทองของร้านจริงจากตราประทับสัญลักษณ์เฉพาะ อย่างไรก็ตาม จากทองทั้งหมด 11 เส้น น้ำหนัก 26 บาท ตำรวจยึดคืนได้ 9 เส้น น้ำหนักรวม 21 บาท ส่วนที่หายไปอีก 2 เส้น น้ำหนัก 3 บาท และ 2 บาท อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่าได้นำไปจำหน่ายหรือซุกซ่อนไว้ที่ใด
พล.ต.ต.นพเก้า ระบุว่า แม้ผู้ต้องหาจะวางแผนละเอียด ศึกษาข่าว หลีกเลี่ยงกล้อง และพยายามทำลายหลักฐาน แต่สุดท้ายไม่รอดการทำงานเชิงรุกของชุดสืบสวนภาค 4 ที่ประสานกำลังหลายหน่วยจนคลี่คลายคดีได้
เบื้องต้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น




