
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ตึกพระประเทียบ 9 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี นายเดชา สุดสวาท นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม “360 ปี พระราชวังเมืองละโว้ (360 ans du Palais royal de Louvo)” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในงานรำลึกวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยมี นางสาวประภาพรรณ ศรีสุข ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ คณะวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์ ส่วนราชการ เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก

นายเดชา กล่าวว่า พระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือพระราชวังเมืองละโว้ ถือเป็นหนึ่งในโบราณสถานสำคัญที่สุดของประเทศ สมเด็จพระนารายณ์มหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2209 เพื่อเป็นที่ประทับในช่วงเสด็จแปรพระราชฐานมายังเมืองลพบุรี และทรงใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงเป็นประตูเชื่อมความสัมพันธ์กับนานาอารยประเทศในยุคที่กรุงศรีอยุธยารุ่งเรืองถึงขีดสุด

ตลอดระยะเวลากว่า 360 ปี พระราชวังแห่งนี้ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวและเป็นพยานแห่งเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ จากพระราชวังหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งพระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ก่อนจะถูกใช้เป็นศาลากลางจังหวัดลพบุรี และได้รับการพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ ในปัจจุบัน

“พระราชวังเมืองละโว้ไม่ได้เป็นเพียงซากโบราณสถานเก่าแก่ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนรากเหง้า ความรุ่งเรือง และภูมิปัญญาของบรรพชนไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ทรงคุณค่า และเป็นพื้นที่เชื่อมโยงผู้คนในปัจจุบันเข้ากับอดีตของชาติ” นายเดชากล่าว

สำหรับกิจกรรม “360 ปี พระราชวังเมืองละโว้” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2569 ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ โดยมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการเสวนาและการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อด้านธรณีวิทยา โบราณคดี ดาราศาสตร์ และศิลปกรรมในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ รวมถึงการจัดนิทรรศการพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของเมืองละโว้ในอดีต

ไฮไลท์สำคัญของงานอยู่ที่การแสดง Mini Light & Sound ชุด “ยามอาทิตย์สิ้นแสง” ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเย็นของทั้งสองวัน ถ่ายทอดเรื่องราวของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและพระราชวังเมืองละโว้ผ่านแสง สี เสียงอย่างตระการตา เพื่อปลุกจิตสำนึกให้คนไทยเห็นคุณค่าและภาคภูมิใจในมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติ

การจัดงานครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในฐานะแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตและแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ ตลอดจนเป็นเวทีสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ในการอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ยังคงเป็นแหล่งแห่งแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจของคนไทยสืบไปในอนาคต



