‘รถจอดคาสะพาน-คนดับก้นเหว’ ปริศนาหนุ่มปัตตานีมุ่งหน้าทุ่งสง ตร.เร่งคลี่ปม

ปริศนาหนุ่มปัตตานีดับใต้สะพาน รถ จยย.ยังจอดเสียบกุญแจอยู่ด้านบน ตำรวจไม่พบร่องรอยฆาตกรรม ส่งนิติเวชชันสูตรหาความจริง

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 พ.ต.อ.ธนิต เพชรชู เพชรหนองชุม ผกก.สภ.กะปาง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้รับรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า พบศพชายเสียชีวิตภายในหุบเหวใต้สะพาน พื้นที่ ต.น้ำตก อ.ทุ่งสง จึงสั่งการตำรวจชุดสืบสวนประสานแพทย์เวร รพ.ทุ่งสง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง อ.ทุ่งสง อ.บางขัน และ อ.ชะอวด ภายในหุบเหวลึกประมาณ 30-40 เมตร เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายสาคร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ชาว จ.ปัตตานี สวมเสื้อแขนสั้นสีเหลือง กางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน สะพายกระเป๋าเป้สีดำ สภาพขาขวาหักและศีรษะมีบาดแผลจากการกระแทก เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมง บนสะพานเจ้าหน้าที่ยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาว ทะเบียน 2กฌ-9460 สงขลา จอดอยู่ในสภาพปกติและยังเสียบกุญแจไว้

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสาครขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านใน จ.ปัตตานี หลังเที่ยงวันที่ 11 ก.ย. โดยบอกครอบครัวว่าจะเดินทางไปหาเพื่อนที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ต่อมามีพยานพบรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่บนสะพานตั้งแต่ช่วงเย็นวันเดียวกัน กระทั่งวันที่ 12 กันยายน มีผู้พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ด้านล่าง

สำหรับ การกู้ร่างเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดที่พบศพเป็นหุบเหวลึก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์โรยตัวลงไป ก่อนนำร่างขึ้นมาตรวจสอบและชันสูตรเบื้องต้น

ตำรวจตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ขณะนี้ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่าเป็นเหตุฆาตกรรม โดยมีข้อมูลบางส่วนทำให้เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานถึงการเสียชีวิตจากการกระทำของผู้เสียชีวิตเอง อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้สรุปสาเหตุ และจะสอบสวนพยาน ตรวจสอบหลักฐานแวดล้อม รวมถึงผลชันสูตรเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

เบื้องต้นได้นำร่างส่งศูนย์นิติเวช รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดตามขั้นตอน

ขณะเดียวกัน ญาติได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งบันทึกภาพนายสาครขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากหมู่บ้านใน จ.ปัตตานี มุ่งหน้าสู่ จ.นครศรีธรรมราช ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ใช้ประกอบการสอบสวน เพื่อคลี่ปมว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนที่ชายวัย 33 ปีจะมาพบเป็นศพอยู่ก้นหุบเหวใต้สะพานดังกล่าว

ข่าว/ภาพ : นุชจรี แรกรุ่น ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช