
สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงตึงเครียดและน่าจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้รับแจ้งจากระบบดาวเทียม VIIRS (Suomi NPP) ตรวจพบ “จุดความร้อน” (Hotspots) จำนวนมากถึง 53 จุด ในช่วงเวลาประมาณ 13.50 น. สะท้อนสัญญาณอันตรายของการเกิดไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างรวดเร็ว
จุดความร้อนดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้าย บริเวณบ้านขุนกลาง หมู่ 11 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเต็งรัง และอยู่ไม่ไกลจากชุมชน ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งทวีความน่ากังวล เมื่อเปลวเพลิงเริ่มลุกลามเข้าประชิดแนวบ้านเรือนของประชาชน

ทันทีที่ได้รับแจ้ง นายครรชิต วงค์พระยา เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ มส.2 (เมืองแม่ฮ่องสอน) และ มส.8 (ม่อนตะแลง) รวมถึงศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน หรือ “เหยี่ยวไฟ” ได้ระดมกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาล ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านจิตอาสา เร่งเข้าพื้นที่เพื่อสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน
เปลวไฟที่เริ่มต้นจากด้านหลังแนวเทือกเขา ซึ่งเป็นแหล่งเก็บเห็ดเผาะในช่วงต้นฤดูฝน ได้โหมลุกลามลงสู่พื้นที่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว จนเกือบเข้าถึงถนนสายเลี่ยงเมืองและชุมชนใกล้เคียง สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ปฏิบัติการดับไฟเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.00 น. ท่ามกลางสภาพอากาศแห้งและลมแรง เจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับเปลวเพลิงและควันหนาทึบ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 19.30 น. โดยพบว่าพื้นที่ป่าถูกไฟไหม้เสียหายประมาณ 10 ไร่
แม้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ แต่เจ้าหน้าที่ประเมินว่ายังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการลอบจุดไฟเผาป่าซ้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำคัญ โดยเฉพาะเห็ดป่าที่มีมูลค่า ทำให้เกิดพฤติกรรมลักลอบเผาเพื่อหวังผลประโยชน์

ขณะเดียวกัน ยังมีความกังวลถึงผลกระทบในวันถัดไป โดยคาดว่าในช่วงเช้าวันที่ 3 เมษายน สภาพอากาศในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนจะมีปริมาณควันไฟเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญถึงวิกฤตไฟป่าที่ไม่ได้ส่งผลเพียงต่อผืนป่า แต่กำลังคุกคามชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างใกล้ชิดมากขึ้นทุกขณะ
ข่าว/ภาพ : นายทศพล บุญพัฒน์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน



