วิกฤตผักตบชวายึดคลองเชียงรากหลายหน่วยงานระดมเครื่องจักรลุยเก็บนับพันตัน

เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณสะพานเหลือง ตำบลบ้านกระแชง อำเภอเมืองปทุมธานี นายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอเมืองปทุมธานี พร้อมด้วยหน่วยงานท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลหนัก และเรือกำจัดผักตบชวา ลงพื้นที่เร่งดำเนินการจัดเก็บผักตบชวา วัชพืช และขยะที่ลอยสะสมอยู่ในคลองเชียงราก เพื่อเปิดทางน้ำรองรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึง โดยคาดว่าการดำเนินงานจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้

นายคูณเรียม ปัทสีสร้อย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนพริกไทย เปิดเผยว่า ปัญหาผักตบชวาไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงด้านทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังลอยเข้าไปอุดตันคลองสาขาและทางระบายน้ำในหลายพื้นที่ จนสร้างความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมและน้ำเน่าเสียในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน โดยโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดปทุมธานีได้สนับสนุนเรือกำจัดผักตบชวา ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีนำรถแบ็กโฮบูมยาวเข้าปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อกำจัดผักตบชวาและขยะหลายพันตันที่สะสมอยู่ภายในคลองอย่างต่อเนื่อง

“เป้าหมายสำคัญคือการเปิดทางน้ำให้ไหลสะดวก ลดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ ป้องกันปัญหาน้ำท่วม ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และคืนภูมิทัศน์ที่สวยงามให้กับคลองเชียงราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว” นายคูณเรียมกล่าว

นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ในการจัดส่งรถแบ็กโฮบูมยาวเข้าพื้นที่ รวมถึงนายศุภชัย นพขำ สส.ปทุมธานี เขต 2 และนายอำนวย นาคบุรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบางพูน ที่สนับสนุนรถบรรทุกสำหรับขนย้ายผักตบชวาไปกำจัด ขณะที่ นางสาวกฤตยา เนตรพระฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกระแชง ได้ประสานพื้นที่รองรับการนำผักตบชวาไปทิ้ง

ด้าน นายอารุช เอมโอฐ นายอำเภอเมืองปทุมธานี ระบุว่า หลังจากการกำจัดผักตบชวาแล้ว จะมีการเรียกประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่ เพื่อร่วมกันวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ให้ปัญหากลับมาซ้ำอีกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความพยายามของภาครัฐในการเร่งแก้ไขปัญหา กลับมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ที่มองว่าต้นเหตุสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ผักตบชวาเพียงอย่างเดียว

นายพินิจ หงษ์สีสกุล อายุ 76 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ตั้งคำถามถึงการบริหารจัดการประตูระบายน้ำคลองน้ำอ้อม โดยระบุว่าการปิดประตูระบายน้ำเป็นเวลานานอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำไม่สามารถไหลเวียนได้ตามธรรมชาติ ส่งผลให้ผักตบชวา ขยะ และตะกอนต่าง ๆ สะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อก่อนคลองสายนี้มีชีวิต ผู้คนสัญจรทางเรือ ทำประมง ค้าขาย และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่หลังจากมีการปิดประตูระบายน้ำ วิถีชีวิตริมคลองค่อย ๆ หายไป น้ำไม่ไหล เกิดการสะสมของผักตบชวาและวัชพืชจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง” นายพินิจกล่าว

ชาวบ้านรายดังกล่าวยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนแนวทางบริหารจัดการประตูระบายน้ำ โดยมองว่าหากมีการเปิดประตูให้น้ำไหลผ่านอย่างเหมาะสม จะช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำ ลดการสะสมของผักตบชวา และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปัญหาผักตบชวาที่คลองเชียงรากในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของวัชพืชที่ปกคลุมผืนน้ำ แต่ยังสะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่หลายฝ่ายต้องร่วมกันหาคำตอบ เพื่อไม่ให้วิกฤตเดิมกลับมาซ้ำเติมประชาชนอีกครั้งในอนาคต

ข่าว/ภาพ : พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี