
พู่กันกว่า 50 ด้ามจากสองฝั่งพรมแดน ถูกยกขึ้นพร้อมกันเพื่อ “เขียนเรื่องใหม่ให้ปัตตานี” ในกิจกรรม “Lukis Pattani 2026” การรวมพลังของศิลปินไทยและมาเลเซีย ที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสื่อสาร ลบภาพจำความรุนแรง และเปิดมุมมองใหม่ของเมืองพหุวัฒนธรรมแห่งปลายด้ามขวานไทยอย่าง จังหวัดปัตตานี

กิจกรรมวาดภาพภาคสนาม (Plein Air) ครั้งนี้ ศิลปินได้กระจายตัวลงพื้นที่จริง บันทึกธรรมชาติ วิถีชีวิต ชุมชน และมรดกทางวัฒนธรรม ผ่านสีน้ำ อะคริลิก และเส้นสายร่วมสมัย เพื่อสะท้อน “ปัตตานีที่มีชีวิต” และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

ดร.สุชาติ วงษ์ทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (สีน้ำ) กล่าวว่า ปัตตานีคือพื้นที่ที่เปี่ยมศักยภาพ เต็มไปด้วยความงดงามและความสุข แตกต่างจากภาพข่าวที่สังคมคุ้นชิน ผู้คนเป็นมิตร มีน้ำใจ และมีเรื่องราวให้ค้นหาไม่รู้จบ พร้อมยอมรับว่า การมาเยือนเพียงสองวันยังไม่เพียงพอ อยากใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน เพื่อซึมซับรายละเอียดของเมืองแห่งนี้อย่างลึกซึ้ง

ด้าน ดร.นิพนธ์ นิกาจิ ศิลปินใหญ่จังหวัดปัตตานี และประธานที่ปรึกษาสมาคมลูกิสปาตานี มองว่า การรวมตัวของศิลปินจากหลากหลายพื้นที่ คือโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมอง และร่วมกันสร้าง “ภาพจำใหม่” ให้ปัตตานี ผ่านผลงานที่ยึดโยงอัตลักษณ์และรากวัฒนธรรมท้องถิ่น

ขณะที่ รอฮิม อิสมาแอล ศิลปินและนักออกแบบจากกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งนำคณะศิลปินมาเลเซีย 12 คน จากรัฐเคดะห์และตรังกานู เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ศิลปะคือสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างมาเลเซียกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเปรียบเสมือนพี่น้องร่วมรากเดียวกัน

ด้าน อิสมาอีล สาหลำ นายกสมาคมลูกิสปาตานี ระบุว่า เครือข่ายศิลปินตั้งใจใช้ “พลังศิลปะ” เป็นสื่อกลาง สะท้อนศักยภาพพื้นที่ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ชุมชน และสร้างบรรยากาศเชิงบวก เพื่อขับเคลื่อนสันติภาพเชิงสร้างสรรค์อย่างจับต้องได้

กิจกรรมจัดขึ้นโดยจังหวัดปัตตานี ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และสมาคมลูกิสปาตานี ภายใต้โครงการส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ระหว่างวันที่ 10–14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมี นางพาตีมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมศิลปินร่วมสมัยจากหลายจังหวัด รวมถึงศิลปินเจ้าถิ่นจากนราธิวาสและยะลา

ภายในงานยังมีเวิร์กช็อปถ่ายทอดเทคนิควาดเส้น สีน้ำ สีอะคริลิก และการออกแบบลวดลายเรือกอและ ให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ผลงานทั้งหมดจะจัดแสดงนิทรรศการระหว่างวันที่ 14–28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ ก่อนจัดนิทรรศการสัญจรที่ถนนปัตตานีภิรมย์ และปิดท้ายบนเวทีใหญ่ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้ วันที่ 14–16 กุมภาพันธ์ ยังมีโซน Art and Craft Street จำหน่ายงานศิลปะ หัตถกรรม อาหาร และการแสดงดนตรี–ศิลปวัฒนธรรม สร้างสีสันให้เมืองคึกคัก
“Lukis Pattani 2026” จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมวาดภาพ แต่คือการใช้ศิลปะเป็นภาษากลาง เชื่อมผู้คน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อบอกเล่า “ปัตตานีในมุมที่งดงามและมีชีวิต” ให้ดังไกลกว่าพาดหัวข่าวเดิม ๆ
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร/อิสมา บินมะนุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานี


