
สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเริ่มตึงตัวอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลางบรรยากาศเทศกาลฮารีรายอที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ประชาชนจำนวนมากทยอยนำรถเข้าต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่เป็นพาหนะหลักของคนในพื้นที่ สะท้อนความกังวลต่อปริมาณน้ำมันที่อาจไม่เพียงพอในช่วงวันสำคัญ
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายชาคริต สุรณัฐกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ ณ สถานีบริการน้ำมันบริษัท เอฟวัน เอ็นเนอร์จี พลัส จำกัด (บางจาก) บริเวณถนนสุริยะประดิษฐ์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เปิดเผยภายหลังการตรวจสอบว่า ปริมาณน้ำมันโดยรวมยังถือว่า “เพียงพอ” ต่อความต้องการในระยะสั้น แม้จะมีบางช่วงที่เกิดภาวะขาดช่วง เนื่องจากการขนส่งน้ำมันล่าช้า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หน่วยงานด้านพลังงานและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการกักตุน เพื่อกระจายทรัพยากรให้เพียงพอในทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเกษตร ประมง และหน่วยกู้ชีพกู้ภัย
ด้าน นายบรรยง ผาติวิทยาภรณ์ ผู้จัดการ หจก.เอฟวัน เอ็นเนอร์จี พลัส (บางจาก) ระบุว่า ล่าสุดมีการเติมน้ำมันเข้าคลังเพิ่มอีก 50,000 ลิตร เพื่อบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยราคายังคงปกติไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สามารถให้บริการได้ทั่วถึง จึงยังคงใช้มาตรการจำกัดการเติม โดยรถยนต์เติมได้ไม่เกิน 500 บาท รถขนาดใหญ่ไม่เกิน 1,000 บาท ขณะที่รถจักรยานยนต์สามารถเติมได้ตามปกติ ส่วนรถราชการที่มีภารกิจจำเป็น สามารถเติมได้เต็มถัง

ขณะเดียวกัน มีการกำหนดเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมัน ตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น. ไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
จากการสำรวจของสำนักงานพลังงานจังหวัดนราธิวาส พบว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ทั้งหมด 40 แห่ง กระจายใน 13 อำเภอ แต่มีถึง 18 แห่งที่ปิดให้บริการ โดยส่วนใหญ่เป็นปั๊มขนาดเล็กและปิดให้บริการในช่วงเทศกาลฮารีรายอ อย่างไรก็ตาม ปั๊มหลักในเขตอำเภอเมืองยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ทั้งนี้ คาดว่าหลังผ่านพ้นช่วงเทศกาลในสัปดาห์หน้า สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย หลังมีการเพิ่มโควต้าน้ำมันให้แต่ละสถานี รวมถึงขยายเวลาการขนส่งน้ำมันเป็นตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งกระจายเชื้อเพลิงเข้าสู่พื้นที่
อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนใช้น้ำมันเท่าที่จำเป็น และร่วมกันประหยัดพลังงาน เพื่อให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ตึงตัวครั้งนี้ไปได้โดยไม่เกิดผลกระทบในวงกว้าง
ข่าว/ภาพ : แวดดาโอ๊ะ หะไร / อัสมา บุนมะรุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส


