
เมื่อค่ำวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้ภายในคลังแสงของ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 พื้นที่ตำบลเฉนียง อำเภอเมือง จังหวัด สุรินทร์ เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวต่อเนื่องหลายชั่วโมง สร้างความตื่นตระหนกให้เจ้าหน้าที่และครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ภายในพื้นที่
ทันทีที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพครอบครัวตำรวจออกจากแนวอันตราย รวมถึงสุนัขสงครามของหน่วยที่อยู่ใกล้จุดระเบิด พร้อมประสานรถดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยจากหลายพื้นที่ใกล้เคียงเข้าตั้งจุดเตรียมพร้อมรับสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

รายงานเบื้องต้นพบผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ร.ต.ท.วิศาล เย็นเพ็ชร เจ้าหน้าที่ ตชด.21 ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ข้อขาขวา ถูกนำตัวส่งรักษาที่ โรงพยาบาลค่ายวีระวัฒน์โยธิน ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
ตลอดช่วงเวลาตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงประมาณ 21.00 น. เสียงกระสุนปืนเล็กและแรงระเบิดยังดังเป็นระยะ สะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ก่อนที่เสียงจะค่อย ๆ สงบลง ขณะเดียวกัน นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่บัญชาการร่วมกับตำรวจ ทหาร ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีเจ้าหน้าที่กรมสรรพาวุธจาก มณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมวางแผนควบคุมพื้นที่เสี่ยง
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระบุว่า คลังแสงดังกล่าวแบ่งเป็น 4 โซน โดยจุดที่เกิดระเบิดจุดแรกเป็นโซนเก็บลูกระสุนปืน ค. และอาวุธต่อสู้รถถังแบบอาร์พีจี ก่อนที่เพลิงจะลุกลามเข้าสู่โซน 2 ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บกระสุนปืนเล็กจำนวนมาก ส่วนโซน 3 ซึ่งเคยเก็บลูกระเบิดมือ ถูกเคลื่อนย้ายออกไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่โซน 4 เป็นพื้นที่เก็บดินระเบิดชนิด TNT ซึ่งถือเป็นจุดอันตรายสูงสุด โชคดีที่เพลิงยังไม่ลุกลามไปถึง

เวลา 22.00 น. เจ้าหน้าที่นำรถดับเพลิงแรงดันสูงจาก มทบ.25 และเทศบาลเมืองสุรินทร์ เข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิง พร้อมวางระบบส่งต่อน้ำด้วยรถแรงดันต่ำเพื่อไม่ให้การดับไฟสะดุด ควบคู่กับการใช้โดรนบินตรวจจับความร้อนจากมุมสูง ระบุจุดเสี่ยงและสั่งการฉีดน้ำลดอุณหภูมิอย่างแม่นยำ
กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้สำเร็จ หลังใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ท่ามกลางความกดดันจากความร้อนสะสมที่ยังสูงและอาจปะทุซ้ำได้ตลอดเวลา จึงยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงพื้นที่และเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดตลอดทั้งคืน
ภาพจากโดรนเผยให้เห็นความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะโรงเก็บกระสุนจุดแรกที่พังถล่มจากแรงระเบิด ขณะที่พื้นที่โดยรอบยังถูกประกาศเป็นโซนอันตราย ไม่สามารถเข้าตรวจสอบหาสาเหตุได้ในทันที คาดว่าหากอุณหภูมิลดลงเพียงพอ เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ได้ในวันถัดไป

แม้สถานการณ์จะอยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายยังคงตรึงกำลังอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของวัตถุระเบิดที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในซากเพลิง
ค่ำคืนที่เสียงระเบิดสะเทือนเมืองสุรินทร์ จบลงด้วยความโล่งใจ—เพราะเปลวไฟหยุดลงก่อนจะลามถึงโซน TNT จุดอันตรายสูงสุดที่อาจสร้างความสูญเสียรุนแรงกว่านี้หลายเท่า
ส่วนสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ ยังต้องรอผลการเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้าน นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ พล.ต.ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 (ผบ.มทบ.25) ร่วมแถลงเหตุการณ์ คลังเก็บอาวุธภายในตชด.21 จ.สุรินทร์ ระเบิด โดยผู้ว่าฯระบุ เกิดเหตุเพลิงไหม้คลังเก็บอาวุธที่ 1 เป็นอาคารเก็บระเบิดลูกปืน ค. และอาร์พีจี หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตะโกนบอกให้วิ่งหนี จากนั้นเพลิงลุกลามไปอาคารที่ 2 ใช้เก็บกระสุนปืนเล็กแล้วเกิดระเบิดขึ้น มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย โดนสะเก็ดระเบิดที่หัวเข่า
ขณะนี้มีการเตรียมรถดับเพลิงกว่า 10 คัน ทั้งรถโฟมฉีดสารเคมี และรถฉีดน้ำเฝ้าตลอดทั้งคืน ซึ่งช่วงภาคกลางคืนจะยังไม่มีการสำรวจ จะต้องรอให้เป็นกลางวันซึ่งแสงสว่างชัดเจนจะส่งโดรนบินสำรวจ เชื่อว่าจะไม่มีการลุกลามแล้วแต่ยังไม่ประมาท มีการเตรียมรถพยาบาล และโรงพยาบาล 2 แห่ง มีการปิดการจราจรหน้าค่าย โดยพรุ่งนี้มีการวางแผนไว้ชุดแรกที่จะเข้าไปตรวจสอบเป็นหน่วยอีโอดี (EOD) เข้าไปสำรวจว่าจะเก็บกู้หรือทำลาย ชุดที่2 จะเป็นเจ้าหน้าที่ดับพลิงซึ่งต้องมีการซักซ้อมกันก่อนในคืนนี้เพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ พล.ต.ไชยนคร เปิดเผยว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากสภาพอากาศร้อน ซึ่งวันนี้อากาศร้อนมาก เจ้าหน้าที่ระบุวันนี้มีการเปิดประคลังไว้เพื่อระบายอากาศ ซึ่งเรามีระเบียบในการดูแลคลัง มีการติดสปิงเกอร์ระบายความร้อน เมื่อเกิน 40 องศาจะต้องมีการเปิดสปิงเกอร์ พื้นที่ภายใน ตชด.ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัวของเจ้าหน้าที่ ตชด.พักอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบ
