
แม่ฮ่องสอนยังคงเผชิญวิกฤตไฟป่ารุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าในกลุ่มป่าตะวันตก หรือกลุ่มป่าสาละวิน ตำบลเสาหิน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดวิกฤตของจังหวัด
สถานการณ์ล่าสุดพบว่า หลายพื้นที่ไม่สามารถเข้าดับไฟได้ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและเข้าถึงยาก ส่งผลให้ไฟป่าลุกลามต่อเนื่อง และเกิดหมอกควันหนาทึบปกคลุมยาวนานนับเดือน กระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง

ขณะเดียวกัน จังหวัดได้ประกาศให้เกือบทุกหมู่บ้านใน 7 ตำบลของอำเภอแม่สะเรียง เป็นพื้นที่ประสบอัคคีภัย พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งทำความเข้าใจกับประชาชน “หยุดเผาโดยเด็ดขาด” หากฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 เมษายน เวลา 01.49 น. ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) สูงถึง 186 จุด ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์ แม้ข้อมูลดังกล่าวจะใช้เพื่อการประเมินและวางแผนเท่านั้น

ในพื้นที่ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง
- พื้นที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สามารถควบคุมไฟได้บางจุด เสียหายประมาณ 15 ไร่
- อำเภอปาย เจ้าหน้าที่กว่า 45 นาย ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงควบคุมไฟ 4 จุด พื้นที่เสียหายกว่า 40 ไร่ โดยมีสาเหตุจากการลักลอบหาของป่า
- อำเภอปางมะผ้า พบจุดความร้อน 3 จุด แต่บางพื้นที่ไม่สามารถเข้าดับไฟได้ เนื่องจากภูเขาสูงชัน ทำได้เพียงสร้างแนวกันไฟสกัดการลุกลาม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่แนวหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงยังเผชิญปัญหาขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มอย่างหนัก จนต้องขอรับการสนับสนุนจากประชาชน
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอนออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 โดยแนะนำให้ลดกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างเคร่งครัด และหากมีอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยหรือห้องปิดมิดชิด

สถานการณ์ไฟป่าแม่ฮ่องสอนในขณะนี้ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความพยายามของทุกภาคส่วนที่เร่งควบคุมไฟแข่งกับเวลา ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามมากไปกว่านี้
ข่าว/ภาพ : ทศพล บุญพัฒน์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

