
บรรยากาศที่ลานจอดรถสำนักงานเทศบาลเมืองนราธิวาส เต็มไปด้วยความคึกคักปนความกังวลของผู้ปกครองและเด็กชายมุสลิมกว่า 80 คน ที่เดินทางมาพร้อมความหวังเดียวกัน ให้ลูกหลานก้าวผ่านพิธีสำคัญตามหลักศาสนาอิสลามอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหน่วงในยุคเศรษฐกิจผันผวน
โครงการ “ขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายเยาวชนมุสลิมฟรี” ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยเทศบาลเมืองนราธิวาส กลับมาอีกครั้งในช่วงปิดภาคเรียนปี 2569 ภายใต้การนำของนายธนาวิทย์ ไชยานุพงค์ นายกเทศมนตรี ที่มองเห็นถึงความจำเป็นของครอบครัวในพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าครองชีพพุ่งสูงจากวิกฤตราคาน้ำมัน

ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการขลิบ เด็กและผู้ปกครองได้รับฟังการบรรยายอย่างละเอียดจากทีมแพทย์และพยาบาล โดยเน้นทั้งมิติทางศาสนาและทางการแพทย์ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อม ไปจนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะเลือดออก การอักเสบ และการติดเชื้อ รวมถึงแนวทางการดูแลหลังการขลิบ เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถรับมือได้อย่างถูกต้อง
ภาพของพ่อแม่ที่นั่งเฝ้าลูกด้วยแววตาเป็นห่วง แต่แฝงด้วยความโล่งใจ สะท้อนความจริงที่หลายครอบครัวต้องเผชิญ ค่าใช้จ่ายในการขลิบที่อาจสูงถึงกว่า 2,000 บาทต่อคน หรือมากกว่านั้นหากมีบุตรหลายคน กลายเป็นภาระที่หนักในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคือง

นายธนาวิทย์ ไชยานุพงค์ นายกเทศมนตรีเมืองนราธิวาส เปิดเผยว่า การตอบรับของโครงการในปีนี้ถือว่าดีเกินคาด มีเด็กเข้าร่วมกว่า 80 คน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นของโครงการอย่างแท้จริง “บางครอบครัวมีลูก 2 คน ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มเป็น 4,000 บาท การที่เทศบาลเข้ามาช่วยตรงนี้ ทำให้พวกเขาเบาลงได้มาก” พร้อมย้ำว่าหลังการขลิบ ทางเทศบาลจะติดตามอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพของเด็กทุกคน
นอกจากการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจ โครงการนี้ยังสะท้อนถึงความพยายามของเทศบาลในการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมของชาวพุทธ มุสลิม คริสต์ หรือชุมชนไทยเชื้อสายจีน ต่างได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียม

ในเดือนเมษายนที่เต็มไปด้วยเทศกาลสำคัญ ทั้งรอมฎอน ฮารีรายอ และสงกรานต์ เทศบาลเมืองนราธิวาสกำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ความต่าง” ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือพลังของชุมชน—ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็กๆ และสายตาเปี่ยมความหวังของผู้ปกครอง โครงการเล็กๆ นี้ อาจไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตของเด็กชาย 80 คน แต่ยังสะท้อนภาพใหญ่ของสังคม ที่กำลังพยายาม “ประคองกัน” ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปด้วยกัน
ข่าว/ภาพ : แวดาโอ๊ะ หะไร/อัสมา บินมะนุ ผู้สื่อข่าวจังหวัดนราธิวาส




