
จากรองผู้ว่าฯ สู่ผู้ว่าฯ ปทุมธานี “เอกวิทย์” ทิ้งทวนวิสัยทัศน์เมืองนวัตกรรม จับตาสวนสัตว์คลอง 6 ที่อาจเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจ พร้อมฝากงานให้ผู้ว่าฯ คนใหม่สานต่อ
ชื่อของ นายเอกวิทย์ มีเพียร กลายเป็นที่พูดถึงในแวดวงข้าราชการมหาดไทย หลังมีมติสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผู้ว่าฯ ปทุมธานีคนที่ 62 เตรียมย้ายไปรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายเอกวิทย์ มีเพียร
การย้ายครั้งนี้ทำให้นายเอกวิทย์มีเวลาอีกเพียงไม่กี่วันบนเก้าอี้พ่อเมืองปทุมธานี จังหวัดที่เขาเคยทำงานในฐานะรองผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนกลับมารับตำแหน่งผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทีมข่าวรายงานพิเศษจึงพูดคุยถึงสิ่งที่เขามองเห็นในปทุมธานี และโจทย์สำคัญที่อยากฝากไว้กับผู้มารับไม้ต่อ
เส้นทางราชการของนายเอกวิทย์เริ่มจากงานปกครองในพื้นที่ เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอไพศาลีและนายอำเภอบ้านแพ้ว ก่อนเป็นผู้อำนวยการกองในกรมการปกครอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เขายังผ่านหลักสูตรผู้บริหารหลายแห่ง รวมถึงวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 66

สำหรับนายเอกวิทย์ ปทุมธานีมีศักยภาพมากกว่าการเป็นจังหวัดปริมณฑลรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯ พื้นที่รังสิตและคลองหลวงเป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัย ขณะที่โครงข่ายคมนาคมและตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดยังมีพื้นที่เกษตรและชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ต้องรักษาไว้
“ปทุมธานีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงมากในทุกมิติ เมืองนี้ไม่ใช่แค่จังหวัดปริมณฑลทางผ่านอีกต่อไปแล้ว แต่ปทุมธานีกำลังขยับสถานะตัวเองขึ้นเป็น ‘มหานครแห่งอนาคต’ อย่างเต็มตัว” นายเอกวิทย์กล่าว

แต่การเติบโตของเมืองก็มาพร้อมคำถามว่า ถนน ระบบขนส่ง และการจัดการพื้นที่จะรองรับได้ทันหรือไม่ โดยเฉพาะ โครงการสวนสัตว์แห่งใหม่คลอง 6 บนพื้นที่พระราชทานกว่า 300 ไร่ ซึ่งนายเอกวิทย์มองว่าอาจกลายเป็นจุดหมายสำคัญของปทุมธานี และสร้างรายได้ให้ร้านอาหาร ที่พัก ร้านค้า และบริการขนส่งในพื้นที่
ตามข้อมูลโครงการที่ระบุไว้ สวนสัตว์มีแผนเปิดบางส่วนให้เข้าชมฟรีในเดือนเมษายน 2570 โดยงานก่อสร้างระยะแรกคืบหน้าแล้วมากกว่า 92% ส่วนการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบคาดไว้ในช่วงต้นปี 2572 อย่างไรก็ดี กำหนดเปิดและรายละเอียดการให้บริการยังขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของโครงการ

สิ่งที่นายเอกวิทย์อยากให้เร่งทำตั้งแต่วันนี้ คือแผนจราจรบนถนนรังสิต–นครนายกและเส้นทางใกล้เคียง การปรับปรุงทางเข้าออก การเชื่อมถนนสายหลัก ตลอดจนระบบขนส่งสาธารณะและเส้นทางสำรอง หากรอให้สวนสัตว์เปิดแล้วจึงเริ่มแก้ปัญหา ความหนาแน่นของรถอาจกระทบทั้งนักท่องเที่ยวและคนที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่
เขายังเสนอให้พัฒนาพื้นที่รอบสวนสัตว์เป็นย่านการเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างทั่วถึง ไม่ใช่เพียงมีผู้คนเดินทางเข้ามามากขึ้นแล้วจากไป

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อม ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน โครงสร้างพื้นฐานต้องพร้อม นโยบายต้องมีความต่อเนื่อง และคุณภาพชีวิตของคนปทุมธานีต้องดีขึ้นในทุกมิติ” นายเอกวิทย์ย้ำ
ก่อนเดินทางไปรับภารกิจใหม่ที่บุรีรัมย์ นายเอกวิทย์กล่าวถึงความผูกพันกับปทุมธานีว่า ช่วงเวลาที่เคยเป็นรองผู้ว่าฯ รวมกับหนึ่งปีในตำแหน่งผู้ว่าฯ ทำให้เขาได้รู้จักเมืองนี้อย่างใกล้ชิด แม้ต้องย้ายไปทำหน้าที่จังหวัดอื่น ความทรงจำและความตั้งใจดีที่มีต่อปทุมธานีจะยังคงอยู่ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ที่จะมารับไม้ต่อ จะเดินหน้าพัฒนาจังหวัดได้

วันที่ 1 ตุลาคมจึงเป็นทั้งวันเริ่มต้นภารกิจใหม่ของนายเอกวิทย์ และวันส่งต่อโจทย์สำคัญของปทุมธานี เมืองที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วจะก้าวไปไกลเพียงใด ขึ้นอยู่กับการวางแผนตั้งแต่วันนี้ว่า ถนน เศรษฐกิจ ชุมชน และคุณภาพชีวิต จะเติบโตไปด้วยกันได้อย่างไร
เรื่อง/ภาพ : พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดปทุมธานี

