
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 2 ตำบลหนองกระโดน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ หลังทราบว่ามีหญิงชราที่มีอายุยืนถึง 102 ปี อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ทราบชื่อคือ ยายสำเภา พานแก้ว เกิดเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2468 ในสมัย รัชกาลที่ 7 ซึ่งยังทรงครองราชย์ และเป็นช่วงเวลาก่อนการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2
บ้านของยายสำเภาเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ตั้งอยู่กลางพื้นที่ครอบครัวขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยบ้านของลูกหลานและเครือญาติราว 5-6 หลังคาเรือน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของครอบครัวที่ยังคงดูแลกันอย่างใกล้ชิด

ยายสำเภามีบุตรทั้งหมด 7 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ 6 คน โดยลูกหลานจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลอย่างสม่ำเสมอ แม้อายุจะล่วงเลยกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว แต่ยายสำเภายังคงสามารถเดินเหินได้ด้วยตนเอง เพียงต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง เนื่องจากเคยลื่นล้มภายในบ้านเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
ในแต่ละวัน ลูกหลานจะนำอาหารพื้นบ้านมาวางไว้ที่เพิงไม้หน้าบ้านให้รับประทาน เป็นอาหารธรรมดาๆ ไม่มีเมนูบำรุงราคาแพงหรือสูตรพิเศษใดๆ

เมื่อถามถึงเคล็ดลับอายุยืน ยายสำเภาเล่าว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอทำอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าว ปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์ไว้กินและขาย ทำให้ได้กินอาหารที่ปลูกเองตามธรรมชาติ อีกทั้งในอดีตการทำเกษตรยังแทบไม่ใช้สารเคมีเหมือนในปัจจุบัน จึงเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง
นอกจากนี้ยายสำเภายังเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้ม และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาตลอด
หญิงชราวัย 102 ปี ยังเล่าย้อนถึงความทรงจำในช่วง สงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า ขณะนั้นสถานการณ์ความขัดแย้งได้ส่งผลมาถึงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังภัยอยู่ตลอดเวลา หากเห็นอาวุธจรวดลอยมาแต่ไกล ทุกคนต้องรีบวิ่งไปหลบในหลุมหลบภัย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่ภาพความหวาดกลัวในช่วงสงครามยังคงฝังอยู่ในความทรงจำ

ยายสำเภายังบอกว่า ทุกวันนี้ยังคอยติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ และรู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในโลกปัจจุบัน เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์บานปลายจนกลายเป็นสงครามใหญ่เหมือนในอดีตที่ตนเคยประสบมา
ปัจจุบันยายสำเภายังคงใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางลูกหลานในครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลไม่ห่าง กลายเป็นหนึ่งในผู้สูงอายุที่มีอายุยืนของชุมชน และเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตคนรุ่นเก่าที่เติบโตมากับผืนนา ธรรมชาติ และความพอเพียง
ข่าว/ภาพ : ชลิต พุ่มเรือง ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์


