7 วันกลางดงใหญ่! หนุ่มหลงป่ากินแต่น้ำรอยเท้าช้างเดินฝ่าความตาย 60 กม.

ปิดฉากภารกิจค้นหาสุดระทึก หลังเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย และชาวบ้าน ระดมกำลังกว่า 100 ชีวิต ออกค้นหา นายกิตเมต โกยสำราญ หรือ “ปาล์ม” อายุ 22 ปี ชาวบ้านหนองบอน ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพลัดหลงป่าดงใหญ่ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนจะพบตัวอย่างปลอดภัยในพื้นที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ห่างจากจุดที่หลงป่าราว 60 กิโลเมตร หลังเอาชีวิตรอดกลางป่านานถึง 7 วัน โดยไม่มีอาหารแม้แต่มื้อเดียว อาศัยเพียงน้ำที่ขังตามรอยเท้าช้างและน้ำจากเครือไม้ประทังชีวิต

ก่อนหน้านี้ ภายหลังครอบครัวแจ้งเหตุ นายกิตเมตหายตัวไประหว่างเข้าไปหาของป่ากับเพื่อนในเขตป่าดงใหญ่ หน่วยกู้ภัยโนนดินแดง ได้ร่วมกับหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมสถาน จุดอำเภอปะคำ จุดอำเภอนางรอง เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดเฝ้าระวังช้างป่า และชาวบ้าน รวมเกือบ 100 คน ระดมค้นหาทั้งเดินเท้าและใช้รถจักรยานยนต์ตระเวนค้นหาตามจุดที่คาดว่าจะเป็นเส้นทางเดินของผู้สูญหาย

แม้ทุกฝ่ายจะทุ่มเทค้นหาต่อเนื่องหลายวัน แต่ด้วยสภาพป่าที่รกทึบ เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและอันตราย ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก และไม่พบร่องรอยของนายปาล์มแต่อย่างใด

ตลอดเวลาที่ลูกชายหายตัว นายสมเกียรติ โกยสำราญ อายุ 48 ปี และ นางดวงมณี ศรีจันทร์ อายุ 49 ปี พ่อและแม่ ต่างร่วมออกค้นหาด้วยตนเองด้วยความเป็นห่วง พร้อมทั้งจุดธูปขอเจ้าป่าเจ้าเขาเปิดทาง และพึ่งหมอดูพื้นบ้านตามความเชื่อ ซึ่งหมอดูยืนยันว่าลูกชายยังมีชีวิต และจะสามารถเดินออกจากป่าได้ ทำให้ครอบครัวยังคงมีความหวัง แม้เวลาจะผ่านไปหลายวันก็ตาม

กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 17 กรกฎาคม นายสมคิด ศรีวาปี และ นางสาวอรพิน คำจันทร์ สองสามีภรรยาชาว ต.สระตะเคียน อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา พบชายหนุ่มในสภาพอิดโรย มีบาดแผลและรอยขีดข่วนตามร่างกาย เดินมาขอความช่วยเหลือ เมื่อสังเกตเห็นว่ามีลักษณะคล้ายบุคคลที่ประกาศตามหา จึงรีบพาไปพักที่กระท่อม ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลานเข้าช่วยเหลือ และประสานญาติมารับตัว

จากการสอบถาม นายปาล์ม เล่าว่า วันเกิดเหตุได้เข้าไปหาของป่ากับเพื่อน ระหว่างนั้นเกิดปวดท้องจึงแยกตัวไปถ่ายหนัก เมื่อกลับออกมาก็ไม่เห็นแสงไฟและไม่ได้ยินเสียงเพื่อนอีกแล้ว แม้จะตะโกนเรียกและจุดประทัดส่งสัญญาณ แต่ก็ไม่มีใครตอบกลับ จึงพยายามเดินหาทางออกด้วยตัวเอง

ระหว่างหลงอยู่ในป่า ต้องเผชิญทั้งความมืด ความหิว และอันตรายจากสัตว์ป่า หลายครั้งเจอโขลงช้างป่าเดินผ่าน แต่โชคดีที่ช้างไม่ได้เข้าทำร้าย ตลอด 7 วันที่อยู่กลางป่า ไม่มีอาหารตกถึงท้องแม้แต่มื้อเดียว ต้องอาศัยดื่มน้ำที่ขังอยู่ตามรอยเท้าช้าง และน้ำจากเครือไม้เพื่อประทังชีวิต พร้อมเดินหาทางออกอย่างไม่ย่อท้อ จนกระทั่งไปพบชาวบ้านและได้รับความช่วยเหลือ

นายปาล์ม ยอมรับว่า ดีใจที่สุดที่ได้กลับมาเจอหน้าพ่อแม่อีกครั้ง และเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เข็ดหลาบ หลังจากนี้จะไม่กลับเข้าไปหาของป่าอีก พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ หน่วยกู้ภัย ผู้นำชุมชน และชาวบ้านทุกคนที่ไม่ยอมละความพยายามในการออกค้นหาจนตนเองได้กลับสู่อ้อมกอดครอบครัว

ด้านนางดวงมณี ผู้เป็นแม่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจอย่างที่สุด เพราะก่อนหน้านี้แทบหมดหวัง แต่ยังยึดคำทำนายของหมอดูที่บอกว่าลูกชายยังมีชีวิต จะเดินออกจากป่าไปพบที่โล่ง และจะมีชาวบ้านช่วยเหลือ ซึ่งสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงราวกับปาฏิหาริย์

“หลังจากนี้จะให้ลูกบวชแก้บนตามที่ตั้งใจไว้ และจะไม่ยอมให้ลูกเข้าไปหาของป่าอีก เพราะครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่รอดชีวิตกลับมาได้ แต่ครั้งหน้าคงไม่มีใครรับประกันว่าจะโชคดีแบบนี้อีก”

ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์