จบเส้นทางหนี! จับเฒ่าหื่นเยอรมันคดีข่มขืนลูกเลี้ยงเด็กไทย หลบหมายจับแดงซ่อนตัวบุรีรัมย์

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.4, พ.ต.ต.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ สารวัตร กก.สส.บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.รัฐนริศวร บัวแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ นำกำลังชุดสืบสวนเข้าจับกุมชายชาวเยอรมัน อายุ 74 ปี ซึ่งเจ้าตัวไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลสำคัญที่ถูกออกหมายจับตำรวจสากล หรือ INTERPOL RED NOTICE ในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย โดยการจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบาย “Zero Tolerance” ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และมาตรการเชิงรุกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม

พล.ต.ต.ไพรัช เปิดเผยว่า หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากทางการเยอรมนีว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีหมายจับและเข้ามากบดานในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวทันที เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงในประเทศเยอรมนี

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาใช้บ้านพักที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นที่หลบซ่อน โดยมีการสร้างรั้วล้อมรอบอย่างมิดชิดและแทบไม่ออกไปพบปะผู้คน เนื่องจากรู้ตัวว่าถูกทางการติดตามอย่างใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าปิดล้อม ก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมแสดงคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งหมายจับของตำรวจสากล และควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จังหวัดขอนแก่น

สำหรับคดีที่เกิดขึ้นนั้น พบว่าผู้ต้องหาได้ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของหญิงชาวไทยที่ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยอรมนี โดยอาศัยช่วงเวลาที่ภรรยาไม่อยู่บ้านก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง กระทั่งถูกจับได้และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ผู้ต้องหากลับหลบหนีการขึ้นศาลหลายครั้ง ก่อนเดินทางมากบดานในประเทศไทย

พล.ต.ต.ไพรัช ระบุว่า การจับกุมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทางการเยอรมนีกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไทย ภายใต้นโยบาย “Zero Tolerance” ที่ไม่ยอมให้ประเทศไทยตกเป็นแหล่งหลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีล่วงละเมิดเด็กและการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามระดับสากล

ภายหลังการสอบสวนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และเตรียมส่งตัวผู้ต้องหารายนี้กลับประเทศเยอรมนีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยอีกต่อไป