จากขยะไร้ค่าสู่พลังงานเลี้ยงชุมชน”โพนเพ็ก”เปิดโมเดลกลั่นน้ำมันจากพลาสติกเหลือใช้

ท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงและความไม่แน่นอนด้านพลังงานในปัจจุบัน ชุมชนเล็ก ๆ ในตำบลโพนเพ็กกำลังลุกขึ้นมาท้าทายข้อจำกัด ด้วยการเปลี่ยน “ขยะพลาสติก” ที่เคยไร้ค่า ให้กลายเป็น “น้ำมันเชื้อเพลิง” ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่องค์การบริหารส่วนตำบลโพนเพ็ก นายอวยชัย ปู่หลุ่น นายก อบต.โพนเพ็ก จ.ขอนแก่น เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์คัดแยกขยะ พร้อมจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีประชาชนจากทั้ง 15 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นสมาชิกธนาคารขยะ เข้าร่วมอย่างคึกคัก

ภายในงาน นายเดชะ จันทร์ศรี ประธานเครือข่ายศูนย์เรียนรู้นวัตกรรมการกลั่นน้ำมันเพื่อทำลายขยะ เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ พร้อมสาธิตกระบวนการผลิตน้ำมันด้วยเทคโนโลยี “ไพโรไลซิส” ซึ่งเป็นการสลายพลาสติกด้วยความร้อนในสภาวะไร้ออกซิเจน ไม่ใช่การเผาไหม้ จึงไม่ก่อให้เกิดควันพิษหรือสารอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

กระบวนการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่การคัดแยกพลาสติก 7 ประเภท ก่อนนำเข้าสู่ถังอบความร้อน เพื่อให้พลาสติกระเหยกลายเป็นไอ และควบแน่นเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซิน ดีเซล และก๊าซหุงต้ม โดยขยะพลาสติกเพียง 10 กิโลกรัม สามารถผลิตน้ำมันได้ราว 4–8 ลิตร ภายในเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง เร็วกว่าการย่อยสลายตามธรรมชาติที่อาจใช้เวลานานถึงครึ่งศตวรรษ

ที่น่าจับตา คือคุณภาพของน้ำมันที่ได้ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งมีค่าซีเทนสูงถึง 65% เกินมาตรฐานที่กำหนด ขณะที่น้ำมันจากโฟมมีค่าออกเทนสูงถึง 100% จากการทดลองเบื้องต้นสามารถนำไปใช้กับเครื่องยนต์ได้จริง โดย อบต.ได้นำน้ำมันที่ผลิตได้ไปทดลองกับเครื่องตัดหญ้า และสามารถสตาร์ทติดทันที ใช้งานได้ตามปกติ

เสียงสะท้อนจากชาวบ้านสะท้อนความหวังใหม่ในยามวิกฤต นางรวิษฏา เทศสีหา อายุ 38 ปี ระบุว่า โครงการนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่จับต้องได้ เพราะขยะที่เคยทิ้งทุกวันกลับกลายเป็นพลังงานที่สร้างมูลค่า หากน้ำมันยังมีแนวโน้มแพงต่อเนื่อง ชุมชนก็พร้อมเดินหน้าผลิตใช้เอง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

ด้าน นางผาสุก เพียสังกะ ปลัด อบต.โพนเพ็ก เปิดเผยว่า พื้นที่มีปริมาณขยะพลาสติกสะสมจำนวนมาก จึงเดินหน้าร่วมกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม วางระบบจัดเก็บขยะอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดวันรวบรวมขยะเดือนละครั้ง พร้อมตั้งเป้าขยายโครงการให้ครอบคลุมทั้ง 15 หมู่บ้าน

ในระยะแรก อบต.เตรียมจัดตั้งเครื่องสกัดน้ำมันเป็นศูนย์กลางของตำบล และใช้ระบบ “ขยะแลกน้ำมัน” เป็นแรงจูงใจให้ชาวบ้านเข้าร่วม โดยอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ขยะพลาสติก 10 กิโลกรัม ต่อน้ำมัน 4–8 ลิตร

โครงการนี้ ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะตกค้างในชุมชน แต่ยังอาจกลายเป็นต้นแบบการสร้าง “ความมั่นคงทางพลังงานระดับฐานราก” ในวันที่โลกกำลังเผชิญทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมและพลังงานไปพร้อมกัน

จาก “ขยะ” ที่เคยเป็นภาระ วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนเป็น “โอกาส” ที่อาจพลิกอนาคตของทั้งชุมชน

ข่าว/ภาพ : จักรพันธ์ นาทันริ ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น