จำลองนาทีเป็นนาทีตาย! สปีดโบ๊ทชนเฟอร์รี่ 60 ชีวิต ศรชล.ซ้อมใหญ่รับเหตุทะเลอันดามัน

ศรชล.ภาค 3 ผนึกกำลังกระบี่ ซ้อมใหญ่เหตุฉุกเฉินกลางทะเล จำลองสปีดโบ๊ทชนเรือเฟอร์รี่ ผู้ประสบภัยกว่า 60 ชีวิต ฝึกครบตั้งแต่ค้นหา ลำเลียง คัดแยก จนถึงส่งต่อโรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 13.00-15.00 น. ที่ท่าเทียบเรือคลองจิหลาด อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดกระบี่ จัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุทางทะเลและการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ฝั่งอันดามัน

พลเรือโทวีรุดม ม่วงจีน ผู้อำนวยการ ศรชล.ภาค 3 มอบหมายให้ นาวาเอกเรืองวิทย์ วารุณประภา รอง ผอ.ศรชล.จว.กระบี่ และ นาวาเอกอรรฆพงศ์ บรรพบุตร หน.ศคท.จว.กระบี่ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ดำเนินการฝึกซ้อม โดยมี นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อม เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถตอบโต้เหตุฉุกเฉินทางทะเลได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ

การฝึกครั้งนี้จำลองสถานการณ์ “เรือสปีดโบ๊ทชนเรือเฟอร์รี่” มีผู้ประสบภัยประมาณ 60 คน เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติภารกิจเสมือนเกิดเหตุจริง ตั้งแต่การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยกลางทะเล การเคลื่อนย้ายขึ้นฝั่ง ก่อนนำเข้าสู่จุดคัดแยกและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ผู้ประสบภัยถูกจำแนกตามระดับความรุนแรงของอาการเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สีแดง สำหรับผู้บาดเจ็บฉุกเฉินรุนแรงที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน สีเหลือง สำหรับผู้บาดเจ็บที่ต้องเฝ้าระวังและรับการรักษา และสีเขียว สำหรับผู้บาดเจ็บเล็กน้อย เพื่อให้การรักษาและส่งต่อเป็นไปอย่างเหมาะสมและรวดเร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ระดมเจ้าหน้าที่ทางทะเล ทีมกู้ภัย และบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉินเข้าร่วมฝึก เพื่อทดสอบตั้งแต่การบัญชาการเหตุการณ์ การประสานงานระหว่างหน่วย ไปจนถึงขั้นตอนการช่วยชีวิตและส่งต่อผู้บาดเจ็บ

เป้าหมายสำคัญของการฝึกคือ “ซ้อมวันนี้ เพื่อพร้อมช่วยชีวิตในวันที่เกิดเหตุจริง” เพราะอุบัติเหตุทางทะเลทุกนาทีหมายถึงชีวิต การทำงานที่รวดเร็วและประสานกันอย่างเป็นระบบจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดความสูญเสีย

ศรชล.ภาค 3 ยืนยันความมุ่งมั่นในการพิทักษ์ชีวิตประชาชนและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในพื้นที่ฝั่งอันดามัน เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลได้อย่างปลอดภัย มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน