
สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ยังคงสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ หลังเกิดเหตุชาวบ้าน จ.สุรินทร์ ที่เข้าไปหาของป่า ถูกทหารกัมพูชาจับตัวและคุมขังนานกว่า 20 วัน ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ยังมีชาวบ้านในพื้นที่ อ.บ้านกรวด ออกไปหาอึ่งอ่าง แล้วเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ก่อนถูกใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ จนสร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านตลอดแนวชายแดน
ล่าสุด นายกิจตพัฒน์ สุดชนะ ผู้ใหญ่บ้านสายโท 1 ใต้ ต.ปราสาท อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ได้ประกาศประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย แจ้งเตือนประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่ หากมีความจำเป็นต้องเข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดน ต้องแจ้งผู้นำชุมชนให้ทราบล่วงหน้าอย่างละเอียด ทั้งจุดที่จะเข้าไป รวมถึงเวลาเข้าและออกจากพื้นที่ เพื่อให้สามารถติดตามและดูแลความปลอดภัยได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ใหญ่บ้านย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่ได้เป็นการห้ามชาวบ้านเข้าป่า หรือออกไปทำมาหากินตามวิถีชีวิตปกติ แต่เป็นการป้องกันเหตุไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงเปราะบางและน่าเป็นห่วง
นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือชาวบ้านช่วยกันสอดส่องบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ หากพบสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือฝ่ายความมั่นคงทันที เพื่อป้องกันปัญหาด้านความมั่นคงที่อาจเกิดขึ้น

นายอำนาจ และ น.ส.น้อยหน่า ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังต้องออกไปกรีดยางพารา หาเก็บเห็ด ดอกกระเจียว และจับสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นอาชีพและวิถีชีวิตที่ทำกันมาเป็นปกติ แต่เมื่อสถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ก็ทำให้ทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น
ทั้งสองยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับมาตรการของผู้นำชุมชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและครอบครัว แต่ก็อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตและทำมาหากินได้อย่างปกติเหมือนเดิม

ขณะเดียวกัน ทางอำเภอบ้านกรวด ได้สั่งกำชับทุกหมู่บ้านตามแนวชายแดน จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ร่วมกับฝ่ายความมั่นคง ออกตรวจตราและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วงที่สถานการณ์ยังคงอ่อนไหว
ข่าว/ภาพ : สุรชัย พิรักษา ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์
